>>TECHNO MART06<<

สวัสดีอีกครั้งครับ พี่ๆ น้องๆ และผองเพื่อนทุกท่านที่แวะเวียนมาเยี่ยมชม
ก่อนอื่นเลยจะไม่พูดถึงเรื่อง "เปิดเทอม" เลยมันก็กระไรอยู่ จึงขอแย๊บๆ หน่อยแล้วกัน

เปิดเทอมใหม่คือเทอม 2 นี้ โดยส่วนตัวผมเองก็ค่อนข้างกระปรี้กระเปร่าอย่างพิเศษ
อันเนื่องมาจากเกรดคราวที่แล้วค่อนข้างไม่ได้ดั่งใจหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ ก็เลยรู้สึกอยากแก้ตัวเป็นอย่างมากในเทอมนี้
อีกทั้งวิชาในภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าที่ผมกำลังศึกษาอยู่ ต่างก็มีความน่าสนใจในตัวมันเอง
อาทิเช่น วิชาคุณสมบัติของวัสดุวิศวกรรมไฟฟ้า, Electro Magnetic, Electric Machinery

ซึ่งวิชาเหล่านี้ค่อนข้างหาเรียนยากครับ นอกเสียจากจะซื้อหนังสือมาอ่านเอง..
ดังนั้นผมก็เลยคาดหวังว่าเทอมนี้ น่าจะเรียนได้อย่างมีความสุขไปอีกเทอมครับ 55+

ก่อนที่จะเข้าสู่เรื่องของงาน Techno Mart 06 ที่ผมจะขอนำเสนอในครั้งนี้
ผมจะขอนอกเรื่องอีก 1 เรื่องครับ 55+

เรื่องก็มีอยู่ว่า วันก่อนผมนั่งจัดระเบียบ PC ที่บ้าน
คือนั่งย้ายข้อมูลที่เก่าเก็บไปยัง DVD ให้หมดเพื่อเคลียร์พื้นที่ของฮาร์ดดิสก์ให้โล่งมากขึ้น
ซึ่งผมก็ไปเจอะ logo เก่าๆ ของผมที่เคยใช้ในบอร์ดของยิ้มสยาม (ซึ่งหลักๆ ที่เล่นในบอร์ดนี้ก็คือบอร์ดเตรียมฯ นั่นแหละ)
ดังนั้นก็จะขอนำเสนอ "วิวัฒนาการของ Logo บอร์ด" ..เป็นน้ำจิ้มเล็กๆ ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหาหลัก
(ไว้เผื่อท่านใดจะพอนึกระลึกอดีตได้ว่า ไอ้หมอนี่เองเร๊าะที่ใช้โลโก้นี้)
  
ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เริ่มใช้ช่วงเดือนพ.ย.ปี 2545 – เดือนกันยา ปี46 ::เป็นโลโก้แรกของผมเลยอันนี้ ได้ไอเดียมาจากคุณ หมาน้อย

ยุคมืด เริ่มใช้ช่วงเดือนกันยาปี 46 – เดือนมีนาปี 47 ::เป็นโลโก้ที่หลายคนบอกว่าค่อนข้างน่ากลัวครับ

ยุคสว่าง เริ่มใช้ช่วงเดือนมีนาปี 47- เดือนกรกฎาปี 47 :: แม้จะเป็นยุคสว่าง แต่ช่วงนั้นก็เป็นช่วงมืดสำหรับผมเลยมั้ง(งานเยอะเป็นบ้า55+)

ยุคโมเดิร์น เริ่มใช้ช่วงเดือนกรกฎาปี 47- ปัจจุบัน :: ถ่ายตอนไปจัดงานเอดส์โลกที่ center-point ครับ .. ใช้โลโก้นี้มาจนถึงปัจจุบันครับ
 
สำหรับโลโก้นั้น ผมรู้สึกว่ามันก็เป็นอะไรที่บ่งบอกหรือสื่อได้ถึงความรู้สึกลึกๆ ของคนที่ใช้ครับ
แต่มันก็ไม่เสมอไป.. เพราะมันก็อาจเป็นแค่ความรู้สึกขณะช่วงที่จัดทำและใช้โลโก้นั้นๆ
อืมม~ เอาเป็นว่า.. ช่างมันเถอะเนอะ 55+


 เอาหล่ะครับ.. ณ บัดนี้ได้เวลานำเสนอสาระที่ผมภูมิใจจะโชว์ใน blog ครั้งที่ 3 นี้
นั่นจะเป็นอื่นใดไปไม่ได้เลยนอกเสียจากงาน..
 Techno Mart 2006
ซึ่งได้จัดไปเมื่อวันที่ 20-22 ต.ค. ที่ผ่านมานี้เองครับ ณ ไบเทค บางนา(ใกล้บ้าน 55+)
โดยสาระสำคัญของงานนั้น ก็จะเป็นการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมของคนไทยในปี 2006 นี้
อีกทั้งยังมีผลงานที่ได้รับรางวัลต่างๆ อาทิ โครงการนวัตกรรมแห่งประเทศไทย 2549
รวมไปถึงโซนเฉลิมพระเกียรติที่เสนอพระอัจฉริยภาพทางด้านนวัตกรรมของในหลวง
แน่นอนครับ.. ผมไม่มีทางพลาดแน่ๆ สำหรับงานประเภทนี้ <แม้จะเพิ่งกลับมาจากสิงคโปร์ก็ตามทีเถอะ หุๆ>
 
 
เริ่มด้วยชื่องานครับ
ต่อมาหลังจากเดินไปอีกนิด ผมก็เหลือไปเห็นฝูงชนมุงดูน้องๆ มัธยมต้นกำลังแข่งอะไรกันอยู่ครับ
เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ก็ร้องอ๋อทันที.. แข่งประดิษฐ์หุ่นยนต์ นั่นเอง

 
 

โดยหลักๆ แล้วการแข่งขันที่น้องๆ เค้าแข่งกันก็จะมีอยู่ 3 ประเภทครับคือหุ่นยนต์เดิน หุ่นยนต์ชักเย่อ และหุ่นไตรกีฬา ครับ
อีก 2 สิ่งประดิษฐ์ที่น่าสนใจก็คือ รถไถนาไทยทำยักษ์นามว่า ไอ้หนุ่มไวไฟ (ลองเทียบขนาดกับคนเสื้อเหลืองข้างขวา)
กับกังหันลมโคราช ซึ่งผู้สร้างนั้นมีเลือดของนักประดิษฐ์โดยแท้ครับ
 
สำหรับไอ้หนุ่มไวไฟก็เป็นเครื่องนวดข้าวเกษตรพัฒนา คือทุกกระบวนการนวดข้าวนั้นเสร็จสรรพในรถคันเดียว
ซึ่งก็ต้องดูกันต่อไปครับ ว่าจะได้รับความนิยมจากเกษตรกรมากน้อยเพียงใดสำหรับรถคันนี้
ส่วนกังหันลมโคราชนั้น ผู้สร้างเป็นชาวโคราชครับ.. เค้าเล่าว่าเกิดไอเดียที่จะนำพลังงานลมมาใช้ปั่นน้ำขึ้นไปเก็บยัง tank
ของหมู่บ้าน จึงได้ริเริ่มประดิษฐ์มายาวนานเป็นเวลาเกิน 10 ปีแล้วครับ
จากภาพจะสังเกตเห็นว่าใบพัดเค้าค่อนข้างใหญ่ อันก็เนื่องจากกระแสลมที่โคราชนั้นมีความแรงไม่มาก ทำให้ต้องใช้ใบใหญ่
ส่วนวิธีคำนวนการติดใบเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดหน่ะเหรอ?.. "ลองติดไปเรื่อยๆ" ไงครับ 
 
 
ในภาพที่เห็นด้านบนนี้ เป็นผลงานที่ได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติประจำปีนี้ครับ ซึ่งก็คือ เครื่องแยกคุณภาพข้าว นั่นเอง
สำหรับแนวคิดของการประดิษฐ์ก็คือ "ข้าวที่มีความสวย มักจะราคาแพง"
ดังนั้นหากเราสามารถคัดข้าวที่ไม่สวยออกจากข้าวที่สวยได้ ก็จะสามารถเพิ่มราคาผลผลิตต่อหน่วยได้สูงขึ้นทันทีครับ
โดยหลักการของเครื่องแล้ว ก็จะใช้วิธีการวัดสีของเมล็ดข้าวแต่ละเม็ดครับ เพื่อที่จะทำการแยกสีของข้าวเป็นกลุ่มๆ
จึงสังเกตเห็นได้จากรูปว่า บริเวณด้านบนเครื่องจะมีหลอดไฟเพื่อใช้ส่องในการตรวจสอบสีครับ
   หลังจากที่คุยกับผู้ประดิษฐ์เครื่องนี้ ก็ทราบว่าราคาค่อนข้างแพงพอควรครับ คือประมาณ 7 แสนบาท
แต่เขาก็บอกว่า ข้าว 5 กิโลอย่างดีปรกติถุงนึงก็ตก 100 บาท สมมุติถ้าคัดแยกเรียบร้อยได้กำไรเพิ่มขึ้นอีกแค่ 10 บาทต่อถุง
วันนึงๆ โรงสีสีข้าวได้อย่างต่ำ 10 ตัน ดังนั้นใน 1 ปีก็จะสีข้าวได้ 3000 ตันเป็นอย่างน้อย
ดังนั้นจากการประมาณแบบนี้ ผู้ประกอบการโรงสีจึงใช้เวลาไม่ถึง 1 ปีก็จะคืนทุนแล้วครับ
จึงเป็นอีกแนวคิดนึงครับ ในการสรรสร้างสิงประดิษฐ์หรือการทำธุรกิจ (ซึ่งคล้ายๆ กับที่หนังสือเรื่อง It’s alive กล่าว)
ว่าการใส่คุณค่าลงไปในสินค้า โดยที่ราคาขายเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก จะได้รับความนิยมจากลูกค้าเสมอ ครับ
 
สิ่งประดิษฐ์ชิ้นถัดมานี้ก็เป็นสิ่งที่ผมอยากทำอีกเหมือนกันครับ นั่นคือ simulate cock-pit
ดังภาพจะเห็นว่า บริเวณด้านหน้าพนักคนขับจะมีจอทีวีอยู่เยอะเลยครับ..
ซึ่งถ้าตั้งใจดูดีๆ จะเห็นว่าภาพแต่ละจอนั้นต่อกันจนกลายเป็นภาพพาโนรามาเหมือนที่ตาคนเรามองเห็น
ดังนั้นความรู้สึกที่ได้จากวิธีการนี้ จะทำให้เกิดความเสมือนจริงมากยิ่งกว่าการมองจอทื่อๆ จอเดียว
(และถ้าผมจำไม่ผิด บริเวณด้านล่างที่นั่งคนขับ ก็จะมีระบบไฮโดรลิคไว้จำลองแรง G ขณะที่ขับรถด้วยครับ.. หวาว~)
  
สิ่งประดิษฐ์ชิ้นสุดท้ายที่ผมจะนำเสนอใน blogนี้ ก็เชื่อว่าหลายท่านคนเคยผ่านตามาบ้างแล้วไม่มากก็น้อย
(ถูกนำไปประกอบโฆษณาของกระทิงแดงนั่นแหละ ที่ตอนสุดท้ายเป็นหุ่นยนต์ลิงปีนไปเก็บมะพร้าว)
ซึ่งก็คือ เครื่องช่วยป้อนอาหารคนพิการแขน นั่นเองครับ.. 
สำหรับเครื่องนี้ก้ได้รับการปรับปรุงใหม่ ให้มีความกระชับและง่ายต่อการขนย้ายมากยิ่งขึ้น
แต่ส่วนกลไกการทำงานหลักๆ ก็ยังคงไว้เดิมครับ อาทิ ระบบการตักอาหารจากชาม ระบบการกวนอาหารในชาม เป็นต้น
ซึ่งผู้พิการก็สามารถเลือกได้ว่าจะใช้เครื่องนี้แบบอัตโนมัติหรือระบบแมนนวล
แมนนวลอย่างไรเหรอ? ก็ใช้ขาในการควบคุมไงครับ
ที่วางเท้าของเครื่องนี้ จะมีแป้นสำหรับให้ผู้พิการเหยียบ เพื่อใช้ในการควบคุมแขนกลประดุจหนึ่งมือตัวเองครับ

ความจริงแล้วสิ่งประดิษฐ์ในงานนี้ยังมีอีกมากมายเลยทีเดียวครับ
แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือ ประเทศไทยเรายังคงมีคนที่รักในการสรรสร้างสิงประดิษฐ์ใหม่ๆ
แม้ว่าสิงประดิษฐ์ที่เห็นทั้งหมดนี้ บางท่านอาจจะมองว่าออกแบบไม่สวยเลย หรือใช้งานไม่ได้จริง 
ทว่ามันก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ของสิ่งประดิษฐ์ไฮเทคชิ้นต่อไปในอนาคตฮะ

ขอบคุณทุกท่าน ที่ติดตามชมมาโดยตลอดครับ55

ปล.ท่านใดที่สนใจเพิ่มเติมก็สามารถดูรูปอื่นๆ ได้จากที่ Photo Album เช่นเคย
และหากมีความสนใจเป็นพิเศษเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์ใดๆ ผมก็ยินดีที่จะแบ่งปันข้อมูลหรือเอกสารที่ผมไปได้มาจากงานครับ
 
 
This entry was posted in Daily Experience. Bookmark the permalink.

12 Responses to >>TECHNO MART06<<

  1. Isarapaan says:

    555 เมิงยังบ้างานเทคโนเหมือนเดิมนะ
    แล้วเมื่อไหร่เมิงจะจัดทริปลูกผู้ชายอีกวะ
    อยากไปเที่ยวกะพวกเมิงว่ะ
    คราวนี้เมิงอย่าทำเปนแค่คิดแล้วให้กุจัดการทุกอย่างแบบคราวก่อนอีกนะเมิง แสดดดดดดดด

  2. - O H M says:

    ทำไมไม่เคยเห็น logo ยุดมืดอ่ะ
    อันอื่นเคยเห็นหมด
     
    ปล.ได้ความรู้เพิ่มอีกแล้ว

  3. canon says:

    เออ ไม่เคยเห็นโลโก้ยุคมืดจริงๆ แฮะ
     
    น่าจะมีใครเอาความคิดในงานพวกนี้ไปต่อยอดทำธุรกิจนะ

  4. Fighto says:

    โอ้โห โลโก้มากมาย
    ไฟท์เคยเหนแค่อันเดียวเองมั้ง แหะๆๆ
     
    ดูท่าทางพี่แก็ปจาชอบหุ่นยนต์มากๆเรยนะ อิอิ
    เกิดวันเดียวกันไมไฟท์ชอบบาร์บี้หว่า 5555+
     
    เออช่าย!ทามมายต้องหลานรหัสลิพโพด้วยอ่าพี่ แอบงง – -*

  5. Ploy says:

    (ตอนแรกนึกว่า techno mart คือ com mart เปลี่ยนชื่อ)
    ดูอันนี้แล้วคิดถึงตอนทำงานอ.นิพนธ์ตอนม.4 อ่ะ ที่ไปดูสัปดาห์วิทยาศาสตร์
     
    ว่าแต่…แล้วทำไมแก๊ปถึงใช้ logo 4 นานสุดอ่ะ?
     
    ปล. อิจฉาพวกที่จะได้ไปทริปจัง
     

  6. Obchoey says:

    รู้สึกว่าแก็ปนี่ดีเนอะ ถ้าทำเกรดพลาด จะแปรเปลี่ยนเป็นกำลังใจได้
    กิ๊ฟนี่ม่ายยยย… ทำนองว่าถ้าเกิดจะกระปรี้กระเปร่า ต้องเพราะคะแนนไปรอด 5555
     
    โลโก้พวกนั้น.. จะว่าไปก็ดูคุ้นตาจริงๆแหละ (ก็แก็ปใช้นี่เนอะ..) จำได้ว่าในบอร์ดเตรียม ชอบไปอ่านที่แก็ปโพส .. หลายอันมันสั้นๆ แต่ได้ใจความดี
     
    ………………………………..
     
    " สารคดีวันนี้เป็น.. เทคโนมาร์ท! ครับ.. "

  7. Sonia says:

    ว้าววว..
    พี่แก๊ปเอามาเล่าละเอียด ๆ อย่างงี้ ดีจัง
    เพราะจ๋าไม่เคยไปงานแบบนี้เลยยยย..
    ^^*
     
     

  8. BELLL says:

    ชอบโลโก้ตอนยุคสว่างอะ
    อิอิ ^^
     

  9. Z o M says:

    ชอบโลโก้ยุคมืดอ่ะ
    เปิดเทอมแล้ว activeๆ

  10. Sasikamol says:

    โลโก้ยุคโมเดิร์น…ให้ความรู้สึกถึง… อ.ยงยุทธ -.-"

  11. Sasikamol says:

    มาช่วยไฟท์แก้ชื่อเล่น.. ไฟท์ใช้ ท์ ไม่ใช่ ต์ ….ง่ะ

  12. gap says:

    แก้ให้แล้วจ่ะ.. ขออภัยๆ ^^

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s