++เทคโนโลยียุคก่อนประวัติศาสตร์++

สวัสดีครับ พบกันอีกแล้ว
ก่อนอื่นก็ต้องขออภัยครับ ที่ผมอัพเดตบล๊อกช้าไปหน่อย (แต่ทำไมมันขึ้นว่าอัพเดตอยู่ตลอดใช่มะ)
ซึ่งสาเหตุก็มาจาก ช่วงเปิดเทอมที่ผ่านมานี้ไม่ค่อยมีเวลาทำอะไรเท่าไหร่ฮะ
เพราะวันๆ ก็หมดไปกับการตามล่าหาหนังสือเรียนมามีไว้ครอบครอง.. ทั้งการยืมหรือการซื้อก็ตามที
อีกด้านหนึ่งก็หมดไปกับการชำระงานที่ค้างคาในแต่ละวัน ซึ่งเยอะพอสมควร
ส่วนสาเหตุสุดท้าย.. ก็เล่นเกมส์ครับ(วินนิ่ง10 ที่เพิ่งได้มาไม่นาน ฮ่าๆ)
แต่เดี๋ยวก็คงจะเลิกแล้วครับ เพราะรู้สึกว่าถ้าแต่ละวันผมต้องมาเสียเวลา 2-3 ชม.เพื่อเล่นเกมส์
มันก็คงไม่ต้องทำอย่างอื่นแล้วหล่ะครับ เหอๆ

เรื่องที่สอง เมื่อวันเสาร์ที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมาผมก็ไป "งานโฮม666" มา
ตอนก่อนที่จะไปก็โทรไปนัดเพื่อนๆ .. ปรากฎไม่ค่อยมีใครไปเลยเพราะติดภารกิจกับทางบ้านซะส่วนใหญ่
ก็มีบ้างที่บอกจะพยายามไป ก็คือนางสาวมะพร้าว กับนายอ๊บ (นามสมมุติ.. ฮี่ๆ)
ซึ่งผมก็คิดในใจว่า "เอาวะ.. ไปกันสองสามคนก็ยังดี "
ทว่าเมื่อถึงเวลา 18.00 น.วันงาน ก็กลับเหลือผมเพียงคนเดียว –"
ทำให้งานนั้นเป็นงานโฮมที่เพื่อนในรุ่นผมไปน้อยที่สุดครับ (รวมสุทธิ 0 คน)
รู้สึกเซ็งเหมือนกันนะเนี่ย..
ทว่า.. เมื่อได้เข้าไปอยู่ในงานแล้วก็รู้สึกไม่เหมือนมาคนเดียวครับ อบอุ่นมาก~
นั่นสินะ.. ถ้ายังรู้สึกเหมือนอยู่คนเดียว จะเรียกว่ามา "งานโฮม" ได้อย่างไร

ปล.แต่คุณไฟท์กับคุณบุ๊ค วันนั้นแต่งเว่อร์มากครับ ฮ่าๆ


เอาหล่ะ มาเข้าเรื่องของวันนี้กันดีกว่า
เพราะบางท่านอาจจะเริ่มใคร่รู้แล้วครับ ว่าเทคโนโลยีก่อนประวัติศาสตร์เป็นอย่างไร (อาจจะถูกใจคุณ canon และคุณ Hazter พอสมควร)

ที่มาของหัวข้อบล๊อกคราวนี้
ก็มาจากการที่ผมไปลงเรียนวิชา โบราณคดีในประเทศไทย ไว้ครับในเทอมนี้
และเมื่อวันพฤหัสที่ 16 พ.ย. ที่ผ่านมา อาจารย์ท่านก็ให้พวกเราไปดูนิทรรศการที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร (ติดม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์)
โดยมีหัวข้อการทำรายงานเกี่ยวกับ อารยธรรมก่อนประวัติศาสตร์ของประเทศไทย
ซึ่งผมเห็นว่า เรื่องเหล่านี้มันก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจพอสมควรครับ
    ก่อนที่เราจะก้าวไปยังอนาคต.. เราก็ต้องศึกษาอดีตเสียก่อน
เพราะอดีตคือตัวบ่งบอกถึงองค์ความรู้ อันเป็นรากฐานที่สำคัญของอนาคตครับ


 

ก่อนที่จะเข้าเรื่องผมขอแนะนำตัวละครอันจะเป็นตัวแทนของผมก่อนครับ
เขามีนามว่า… นาย gap (ชื่อเหมือนกันกับผมนั่นแหละ)

นาย gap คนนี้ก็จะเป็นผู้ช่วยผมในคราวนี้และคราวถัดๆ ไป.. ในส่วนของการอธิบายบางอย่างที่ต้องการการขยายความครับ
ทว่า .. ในคราวนี้บทบาทเค้าอาจจะน้อยหน่อย (อันเนื่องมาจากตอนนี้ผมไม่มีอารมณ์วาด ฮี่ๆ)

เอาหล่ะครับ.. ถ้าทุกท่านพร้อมแล้ว ก็ขอเชิญท่องอดีตย้อนเวลา..
  ไปในการสนทนากับคนยุคก่อนประวัติศาสตร์ ผ่านทางการวิคราะห์หลักฐานโบราณวัตถุครับ


ทีมนักโบราณคดีจำเป็น(จากซ้ายไปขวา): ทองอู๋, ผม, ป๊อบอาย, เอก, แบ๊งค์, วิธ


เริ่มด้วยเรื่องแรกครับ… การปั้นภาชนะดินเผา
ภาชนะดินเผาเป็นสิ่งที่มีคู่บ้านคู่เมืองมานานแล้วครับ
ถ้าเป็นสมัยยังจำความได้ เครื่องปั้นดินเผาที่เป็นที่ฮือฮากันก็เห็นจะเป็นเครื่องสังคโลกสมัยสุโขไท 
หากย้อนไปก่อนหน้านั้นอีก ก็อาจจะเป็นเครื่องปั้นดินเผาสมัยทวารวดี..
ทว่า.. ช่วงเวลาที่เราจะไปในครั้งนี้ ก็คือย้อนหลังไป 2000-5000 ปีครับ (เป็นสมัยที่น้ำทะเลยังท่วมขึ้นมาถึงลพบุรีอยู่เลย)


นี่คือสองรูปแรกที่อยากให้ชมครับ.. เป็นภาชนะดินเผาของชุมชนบ้านโนนวัด (อยู่ในจังหวัดนครราชสีมาปัจจุบัน)
รูปทรงของหม้อใบนี้จะเป็นทรงปากแตรครับ คือบริเวณปากจะมีลักษณะบานออก
ทำให้นักโบราณคดีบางท่านวิเคราะห์ว่า น่าจะเป็นภาชนะสำหรับใส่ของเหลว เพราะลักษณะของปากที่บานออกนั้น
ความจริงผมก็ค่อนข้างเชื่อสมมุติฐานนี้ครับ เพราะเมื่อผมลองพิจารณาดูหม้อใบนี้ใกล้ๆ
ก็สังเกตเห็นลายขูดที่เป็นทาง(รูปด้านขวา) บริเวณด้านข้างของหม้อ โดยไล่จากบนลงล่าง โดยทำมุมเฉียงประมาณ 20 องศาจากเส้นแนวดิ่ง
ซึ่งลายขูดแบบนี้ ผมก็ไปสังเกตเห็นว่ามีอยู่ในด้ามจับของ "หินดุ" เช่นกันครับ
เพราะทั้งหินดุและหม้อทรงปากแตรนี้ ต่างก็ถูกใช้ในสถาวะที่ชื้นหรือมีของเหลวอันอาจทำให้เกิดการลื่นมือได้เช่นกันครับ
(สำหรับหินดุที่ว่านี้ ผมจะขออธิบายในรูปกระบวนการปั้นหม้อครับ )

รูปถัดมาอีก 2 รูปนี้ ด้านซ้ายเป็นเครื่องปั้นดินเผาที่เรารู้จักกันดีครับ.. ในนามของ "หม้อบ้านเชียง"
บ้านเชียง
นี้มีชื่อในเรื่องของการปั้นหม้อที่ได้คุณภาพและผลิตได้ที่ละปริมาณมากๆ
อีกทั้งลวดลายที่วาดลงบนหม้อบ้านเชียง จะเป็นลายแบบต่อเนื่องและมั่นคง
กล่าวคือเป็นลวดลายที่เกิดจากเส้นที่ลงหมึกลากอย่างมั่นใจ ไม่มีร่องรอยของการลังเลระหว่างวาด และไม่พบการร่างลวดลายก่อนวาดแต่อย่างใด
นั่นแสดงให้เห็นถึงความชำนาญอันเกิดจากประสบการณ์ของช่างปั้นบ้านเชียงในสมัยนั้นครับ

และในรูปด้านขวานั้นผมจำไม่ได้ครับว่ามาจากแหล่งใด
แต่สาเหตุที่นำมาแสดงด้วยก็เพื่อให้เห็นถึงความคล้ายคลึงกันของลักษณะทางกายภาพ คือเป็นทรงปากแตรเช่นกัน
คนโบราณนั้นแม้จะอยู่ห่างไกลกันจนไม่น่าที่จะเดินทางไปติดต่อกันได้
ทว่าการคิดออกแบบเครื่องปั้นดินเผาก็กลับออกมามีลักษณะคล้ายกันอย่างเหลือเชื่อครับ


รูปด้านบนนี้จะแสดงขั้นตอนการปั้นหม้อดินเผาครับ
และหินดุที่กล่าวไปข้างต้นนั้นก็ถูกนำมาใช้ในการขึ้นรูปหม้อดังที่เห็นในภาพนี้ (รูปย่อยด้านขวาบนสุดหน่ะ)
สรุปแล้วตัวหินดุนี้ จะเป็นตัวเอาไว้คอยดันด้านในหม้อมิให้เสียรูปครับ เวลาช่างปั้นตีตกแต่งหม้อด้วยไม้ลาย

ต่อมาผมขอนำเสนอเรื่องของ การหล่อ บ้างครับ
การหล่อนั้นแท้จริงแล้วไม่ยากเลยครับ แค่ลองหยิบรูปผมขึ้นมาดูก็จะพบกับความหล่อ.. อ๊ะ ม่ายช่าย
ฮ่ะๆ สมัยโบราณยุคก่อนประวัติศาสตร์นั้นการหล่อมีหลายเนื้อวัสดุครับ
อาทิเช่นการหล่อด้วยสำริด หล่อด้วยเหล็ก (อันเป็นที่มาของการเรียกชื่อเป็นยุคๆ ว่า ยุคสำริด ยุคเหล็ก เป็นต้น)
ในส่วนของอุปกรณ์หรือสิ่งของที่ใช้วิธีการหล่อ ก็มีตั้งแต่ข้าวของเครื่องใช้ เครื่องประดับ จนกระทั่งเป็นอาวุธ

แน่นอนครับ.. ของถูกหล่อด้วยโลหะนี้ ย่อมมีความคงมากกว่าเครื่องปั้นดินเผา ทำให้เริ่มเป็นนิยมในยุคหลังต่อๆ มา
ต่อไปนี้จะเป็นสรุปโดยย่อๆ ของการหล่อ ฮะ


ขั้นที่1 : เราจะต้องทำการหลอมโลหะที่จะนำมาใช้ทำเป็นเนื้อของชิ้นงานครับ
สังเกตว่าจากภาพจะมีเครื่องกลยุคแรกเริ่มที่ใช้สำหรับการเป่าลมเข้าไปยังเตาหลอมครับ

ขั้นที่2 :  หลังจากเราได้โลหะที่หลอมเหลวแล้ว เราก็นำมาเทใส่ mold สำหรับขึ้นรูป
ในรูปด้านขวานั้นจะเป็นโบราณวัตถุที่ใช้ทำเป็น mold และก็ถ้วยสำหรับเทน้ำโลหะครับ 

ขั้นที่ 3 : ขั้นสุดท้ายครับ คือการตกแต่งให้ได้รูปทรงตามต้องการ
จากภาพจะเห็นว่าใช้วิธีการตี (Foging) ครับ.. อันเนื่องมาจากสมัยก่อนนั้นเทคโนโลยีทางด้านการเจียรึการขัดยังไม่ดีพอ
ส่วนในภาพด้านขวาก็เป็นผลงานของคนยุคก่อนประวัติศาสตร์ครับ มีทั้งปลายหอกสำริด ขวานเหล็ก ฯลฯ
ซึ่งสิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ในอดีตกาลนั้นจะต้องมีการต่อสู้กันระหว่างมนุษย์หรือการล่าสัตว์เกิดขึ้นแล้ว
นั่นบ่งบอกได้ว่ามนุษย์มีการอยู่รวมกันเป็นกลุ่มหรือหมู่คณะครับ

รูปสุดท้ายนี้เป็นเครื่องประดับผมทำจากสำริดครับ.. ถ้าดูเผินๆ ก็อาจจะมองแค่ว่าสวยดี (รึใส่แล้วคงหนักแย่)
แต่การตีความทางโบราณคดีนั้นก็บอกว่า สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงการแบ่งสถานะทางสังคมของชุมชนสมัยนั้น
อันเนื่องมาจากโลหะสำริดก็ดี หรือเหล็กก็ดียังเป็นของที่ค่อนข้างหายาก.. จึงถือว่ามีค่าพอสมควร
(ผมก็ได้ทราบมาว่าเพชรสมัยนั้นแม้จะมีการค้นพบมาแล้วกันยังมีค่าไม่เท่ากับเหล็กหรือสำริด เพราะการตีคุณค่าของคนในชุมชนนั่นเอง)
นั่นแสดงว่า หากมีการนำของมีค่ามาทำเป็นเครื่องประดับที่แสดงถึงความเป็นปัจเจกบุคคลแล้ว..
ก็อาจจะมีการปกครองระดับหัวหน้าชุมชน หรือการแบ่งสถานะรวยจน เป็นได้ครับ


ครับ สำหรับบล๊อกคราวนี้ก็คงขอจบเพียงเท่านี้ก่อน (เพราะต้องไปเขียนรายงานต่อ –")
ทว่าผู้ที่สนใจอยากหาข้อมูลเพิ่มเติม ผมก็ขอแนะนำให้ท่านไปดูด้วยตนเองครับ ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร (อยู่ติดมธ. ท่าพระจันทร์)
วิธีการไปที่ง่ายที่สุด ก็คือนั่งรถเมล์สาย 47 จากหน้ามาบุญครองไปเรื่อยๆ หรืออาจจะโบก taxi เลยก็ได้ 
แต่สำหรับท่านที่ไม่มีโอกาส ก็อาจเข้าไปชมเวปของทางพิพิธภัณฑ์ฯ ได้ครับ
http://www.thailandmuseum.com/

ยังไงซะประวัติศาสตร์ก็เป็นสิ่งที่น่าเย้ายวนใจให้พิจารณาครับ เพราะมันเป็นการศึกษาเกี่ยวกับรากเหง้าของคนในสังคมปัจจุบัน
อาทิเช่น วัฒนธรรมการปกครองของไทยในอดีตอาจจะเป็นคำตอบของคำถามที่ว่า ทำไมคนไทยถึงรักสบาย?
หรือคำถามยอดฮิต ว่าคนไทยมาจากไหน?
   สุดท้ายนี้ ผมก็ขอฝากแนวคิดไว้สั้นๆ ครับ

        "ค้นคว้าอดีต เรียนรู้ปัจจุบัน มุ่งหวังอนาคต"

    ขอบคุณที่ติดตามมาโดยตลอดครับ
      ปล.เม้นด้วย
อยากทราบความเห็น 55+

This entry was posted in Daily Experience. Bookmark the permalink.

19 Responses to ++เทคโนโลยียุคก่อนประวัติศาสตร์++

  1. Sasikamol says:

    ขั้นที่3 วาดที่ตีผิดแบบนะ..มันมีสองขา
    ชอบ
    ประโยค ก่อนที่เราจะก้าวไปยังอนาคต.. เราก็ต้องศึกษาอดีตเสียก่อน
    มากเลยค่ะ
    บล็อกนี้มีสาระ เลยต้องเม้นท์ให้
     
    ป.ล.บุ๊คกับไฟท์ไม่ได้แต่งเว่อร์นะ.. แต่งธรรมดา แค่คนอื่นไม่ยอมแต่งเท่านั้น..(เหอะๆๆๆ)
    ^^
     
     
     
     

  2. Isarapaan says:

    เหอๆ รู้สึกในบล็อกชาว 38 จะมีแต่เมิงคนเดียวที่อัพแบบมีสาระตลอดนะ
    สมกับเปนครูแก๊ปจิงๆ
    แล้วที่เมิงบอกนานๆอัพเนี่ย ถ้าเมิงมาดูบล็อกกุแล้วเมิงจะรู้ว่านานๆอัพของจิงเปนไง
    555

  3. [*Noo*] ++ says:

    ค้นคว้าประวัติศาสตร์มันก็สนุกดีนะพี่แก็ป
    แบบว่าบางทีก็รู้สึกทึ่งว่า
    โห…เมื่อสมัยกี่พันกี่ร้อยปีก่อนเค้าคิดได้ไงเนี่ย
    หรือ…มันมีแบบนี้ด้วยหรอ….
    หนูก็คิดว่ามันเป็นเหมือนแรงบันดาลใจ
    ทำให้คนสมัยนี้คิดทำอะไรใหม่ๆขึ้นมาได้นะ
    เพราะเมื่อมีคนสร้างสิ่งประดิษฐ์ชิ้นที่ 1 ชิ้นๆที่ 2,3,4,..
    ก็เกิดตามขึ้นมาเองแหละเนอะ..
     
    (หนูพึ่งไปลองปั้นเครื่องปั้นดินเผาที่งานลาดกระบังมา
    มันยากจริงๆน้าตอนแรกจะปั้นแก้วไปไงมาไงได้หม้อไม่รุ..
    ได้รูปทรงแปลกใหม่ซะเลย555++)
     

  4. Ploy says:

    อันสุดท้ายเหมือนยากันยุงอ่ะ -*-
     
    เห็นด้วยกะปั้นมากมาย
    เรารู้สึกเหมือนอ่านหนังสือเรียนม.2 เลยอ่ะแก๊ป
     
    วันหลังเอาเรื่องสัตว์ป่าหรือภูเขามั่งจิ
    เราชอบๆๆ
     
    (เห็นแก๊ปเป็นไรเนี่ย??)

  5. Chai says:

    น่าเที่ยวจัง วันไหนว่างๆพาไปเที่ยวหน่อยดิ อยากเจอมึงจังเลย คิดถึงว่ะ

  6. - O H M says:

    ว่างมากหรอว่ะ ที่…
     
    ยัดรูปวาดตัวเอง เข้าไปในรูป
     
     
    เป็นเด็กดีจัง ไปศึกษาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร รู้สึก เป็นเพราะ ไม่รู้จะลงวิชาเลือกตัวไหนรึป่าวว

  7. Fighto says:

    5555555555555+
    บุ๊คก่าไฟท์ไม่ได้แต่งเว่อร์
    คนอื่นแต่งแบบนี้ก้อเยอะแยะนะ – -* ชิๆ
     
    ปีไฟท์จัดขอเชิญปู่มาด้วยนะค่ะ
    แหะๆๆๆ

  8. Nithi says:

    ดูน่าสนใจดี
    พอดีว่าตาเริ่มแฉะแล้วเลยยังอ่านได้ไม่หมด
    ไว้ว่างๆ จะมาอ่านใหม่นะ
    ว่าแต่… ทำไมรูปสุดท้าย รูปเครื่องประดับดูเหมือนยากันยุงจัง หุๆ

  9. Arrow says:

             เออหว่ะ เหมือนยากันยุงจริงๆ ><" ยุคก่อนประวัติศาสตร์ยุงกินเห็ดไม่ใช่หรอว่ะ ทำไมต้องมียากันยุง ??? 55555+

  10. Sonia says:

    ดูรูปสุดท้ายแว๊บแรก ก็คิดว่าเป็นยากันยุงเหมือนกัน 555

  11. Sirikan says:

    หนอยแนะ
     
    ขอบคุณมากเลยๆ ที่บอกว่า ก่อน เป็นนิสิตแพทย์ที่กลัวความสูง
    (ฝากไว้ก่อนเถอะ!!!)
     
    พี่แก็ปก้อวาดรูปได้น่ารักดี เป็นตัวแทนที่ดูดีกว่าตัวจริงอีกนะเนี่ย 555+
     
    งาน Hail จัด 17 มค 2550 นะค่ะๆ
    อย่าลืมไป
     
    ซื้อบัตรด้วยล่ะ 555+

  12. Obchoey says:

    เห็นด้วยกับทุกคนเรื่องยากันยุง.. เหมือนจริงๆนะแก๊ป
    พักนี้ยิ่งโดนยุงรุมกระหน่ำ เวลาไปปลูกต้นไม้ยามเย็น (>> ค่ำ>> ดึก)
    คือว่ามันฝังใจน่ะ .. !
     
    วันนี้ก็เป็นสารคดีอีกแล้ว เค้าชอบนะ.. ชอบจังๆ
    เขียนบ่อยๆ จะตามอ่าน ..
     
     
    ปล. ห่านดินกินหญ้า ห่านฟ้ากินยุง..ยุง..ยุง.. ง.. ง .ง
     
    ……………………………………….
     

  13. Z o M says:

    มีสาระมากเลยแก๊ป เป็นเรื่องที่น่าสนใจด้วย
    แต่เก็บรายละเอียดยังกะจะไปเล็กเชอร์ใครแนะ อิอิ
    ขยันดีอ่ะ อุตส่าห์วาดรูปตัวเองลงไป

  14. -------End up** says:

    คิดเถิงเฮียจิงๆเลย
    รู้สึกว่าเรื่องราวมีสาระมากมาย
    จิงๆไอ้เราก้อเข้าจายนะ
    ว่าเฮีย เอาเรื่องตอนตะเองหนุ่มๆมาให้อ่าน
     
    nice!!! สุดๆ
     
    ฮ่าๆๆ
     
    ตัวละคนค่อนข้างจะดูดีก่าตัวจิง
     

    ^______^
     
    แต่ยังงัยก้อร๊ากกกกกกก เฮีย
    ฮ่าๆ
     
    ไปแหละ 
    อ่านสือ เรียนไม่รู้เรื่อง
    เพิ่งรู้ว่าเรียนเป็นอิงมันยาก
     
    จุ๊บๆ

  15. Po_Ok^^ says:

    อืม………เปนหนึ่งในไม่กี่บลอคที่อ่านแล้วได้ความรู้
    ไม่เหมือนบลอคของเราเลย 555+
    ดีแล้วแหละๆ ดูมีสาระดี
     
    …ชอบรูปที่แกวาดอะ….^^

  16. pan says:

    แนะนำ mathtype นะคับคุนแก๊ป
     
    ส่วนบล๊อก ยาวไป ขอผ่าน
    เวลาเป็นเงินเป็นทอง จะเอาไปดูหนัง

  17. Ekaratana says:

    สวัสดีชาวอินทาเนียร์ ขอเข้ามาถามไถ่หน่อย
    เออ อัพได้ดี แจ่มมั่ก
    จะถามเรื่อง youtube ไหนคลิปปีศาจโคของข้าพเจ้าวะ
    ฮ่าๆๆ

  18. Chula says:

    ดีมากเลย
    ข้อมูลเจ๋งดีได้ความรู้มากมาย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s