++ปีใหม่แล้วจ้า++

สวัสดีปีใหม่ครับทุกท่าน!!!

…ผมพูดคำนี้ซ้ำไปซ้ำมาตลอดช่วง 2-3 วันนี้ แต่ยังไงก็ไม่ยักเบื่อครับ
อาจจะเพราะมันเป็นคำที่สื่อความหมายออกเชิงกระตือรือล้นมั้ง
เลยทำให้เหมือนคอยตอกย้ำคนอื่น และตัวเองให้รู้สึกสดชื่นอยู่เสมอ…

ว่ากระนั้นก็ขออวยพรอีกรอบครับ ให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลกคุ้มครอง และดลบันดาลทุกท่านๆ
ให้ประสบแต่ความสุข ความสำเร็จดังใจหวัง เรื่องร้ายได้แคล้วคลาด กรรมหนักขอให้เบาลง
เพื่อที่จะได้อยู่ร่วมกันไปนานๆ เพื่อพัฒนาสังคมรวมทั้งจิตใจตัวเราเองให้ดียิ่งๆ ขึ้นครับ
ปล. ปีนี้เป็นปีหมู.. แต่ดูจากสถานการณ์บ้านเมืองแล้วไม่น่าจะหมูนะครับ คอยติดตามกันไม่ให้ห่างหล่ะ


เอาหล่ะครับ เข้าประเด็นเรื่องแรก..
ย่อความบทสัมภาษณ์ดร.Nakamats

เห็นหลายท่านบ่นว่าบทสัมภาษณ์ blog คราวก่อนนั้นยาวเกิน แถมเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้ขี้เกียจอ่าน
ดังนั้นผมก็เลยจะขอย่อบทสัมภาษณ์นั้นคัดเอาเฉพาะประเด็นสำคัญนำมาเสนอครับ
(ถ้าแปลผิดรบกวนชี้แนะด้วยนะครับ ฮี่ๆ)

ประเทศญี่ปุ่นนั้นอย่างที่ทราบกันครับว่ามีการแข่งขันค่อนข้างสูง
ทำให้เด็กทุกคนเติบโตมาพร้อมกับ"ความคาดหวังที่จะประสบความสำเร็จ"
ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เด็กญี่ปุ่นจะต้องเตรียมพร้อมเพื่อรับมืออย่างเป็นลำดับ
ดังนั้น การฝึกวิธีบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
สำหรับทุกบุคคลที่หวังที่จะประสบความสำเร็จ
ผมจึงขอแบ่งเป็นหัวข้อย่อยๆ เกี่ยวกับวิธีสร้างความคิดสร้างสรรค์ดังนี้ครับ

เรื่องที่1 คือการศึกษาเรียนรู้
เด็กญี่ปุ่นถูกฝึกมาให้ใช้ความจำจนกระทั่งอายุ 20 ปี
เพราะจากการศึกษาพบว่าสมองของมนุษย์นั้นจำต้องถูกฝึกให้จำจนถึงอายุดังกล่าว
และหลังจากอายุ 20 ปีล่วงเลยไป เขาก็จะสามารถใช้สมองจัดการกับข้อมูลเหล่านั้นได้อย่างอิสระ
แต่ทั้งนี้การศึกษาแบบดังกล่าวก็ไม่ควรปิดกั้นอิสระทางความคิดเด็กจนเกินไป
จึงควรอย่างยิ่งที่จะให้เด็กใช้ความอยากรู้อยากเห็นอย่างอิสระไปกับการคิดค้นคว้ากอปรกับการศึกษาแบบฝึกให้จำ

เรื่องที่ 2 การจัดลำดับขั้นตอนการคิด
ดร. นากามัสได้แบ่งห้องสำหรับ"สร้างไอเดีย" ไว้ภายในที่พักของตนเองไว้ 3 ห้องครับ
ห้องที่1 เป็นห้องสงบ.. ในห้องนี้มีแต่ธรรมชาติเช่น สวนหิน ต้นไม้ น้ำไหลเอื่อยๆ และปราศจากเครื่องใช้ที่เป็นโลหะใดๆ
ห้องนี้จะเป็นห้องที่ใช้ปลดปล่อยความคิดก่อนทำสมาธิ คืออยากคิดเรื่องใด ฟุ้งซ่านเรื่องใดปล่อยมันไป
(ส่วนเสริม)เพราะเมื่อใดที่จิตฟุ้งซ่านจนเต็มที่แล้ว จิตจะเหนื่อย แล้วจะไม่ไปไหนอีก.. ทำให้เกิดสมาธินั่นเอง
ห้องที่2 เป็นห้องบ่าเพาะความคิด.. ในห้องนี้จะแตกต่างจากห้องแรกโดยสิ้นเชิง
เพราะบรรยากาศของห้องนั้นจะค่อนข้างมืด ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หนัง เครื่องโฮมเทียเตอร์ เปิดเพลงบรรเลงแจ๊สและซิมโฟนีหมายเลข 5
ห้องนี้ก็เช่นกันคือ ปล่อยให้สมองซึ่งโล่งว่าง ได้รับฟังเพลงบรรเลงผ่านโสตประสาทอย่างอิสระ
ห้องสุดท้าย เป็นสระว่ายน้ำ..  เมื่อคุณลงไปว่ายน้ำ แล้วกลั้นหายใจดำลงไปข้างล่าง
ทันใดนั้นคุณจะเกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ซึ่งวิธีนี้เรียกว่า "Creative swimming"

เรื่องที่ 3 สามสิ่งที่จำเป็นต่อความคิดสร้างสรรค์(Ikispiration)
3.1 suji ทฤษฎี วิชาความรู้ ก่อนที่จะเกิดไอเดียอะไรได้ก็จำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานเสียก่อน เพื่อเป็นวัตถุดิบสำหรับคิด

3.2 pika แรงบันดาลใจ จะนำ suji มาป่นให้กลายเป็นผลลัพท์หรือวิธีการแก้ปัญหา
3.3 iki การบริหารจัดการ เมื่อได้กระบวนการแก้ปัญหาที่เกิดจาก suji และ pika แล้วก็จำเป็นต้องจัดการให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์หรือนำเสนอผลงาน
ผู้ที่จะจัดได้ว่าเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ จะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งจาก 3 สิ่งนี้ไปไม่ได้
ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายว่านักวิจัยหลายคนไปยึดติดกับความรู้ในศาสตร์ที่ตนเองร่ำเรียนมามากเกินไปจนทำให้ขาดแรงบันดาลใจในเรื่องอื่นๆ
ซึ่งต่างจากอัจฉริยะบุคคลที่จะต้องมีความรู้ในหลายๆ สาขาและมองทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นดนตรี ศิลปะ วิทยาศาสตร์ กีฬา ไม่เฉพาะสาขาใดสาขาหนึ่ง

ครับ ทั้งหมดนี้ก็คือย่อความคร่าวๆ ของบทสัมภาษณ์คราวก่อน
(หวังว่าคงจะไม่บอกว่ายาวเกินอีกนะ)
ซึ่งในเรื่องที่ 3 นั้นก็น่าสนใจเป็นอย่างมากครับ ว่าผู้ที่จะเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ได้ควรจะเปิดใจให้กว้างกับความรู้ศาสตร์ต่างๆ ในโลก
เพราะมันจะทำให้เราสามารถบูรณาการความคิดของเราให้หลากหลายแต่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นครับ


ส่วนเรื่องที่สองครับ.. เป็นเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ สำหรับผู้ที่สนใจจะหล่อแบบด้วยซิลิโคน
ที่มาของเรื่องก็คือเมื่อสองเดือนก่อนผมมีโปรเจคที่จะทดลองหล่อ Dribbler ของหุ่น soccer robot ใหม่เพื่อให้มีแรงเสียดทานมากขึ้น
เพราะ Dribbler ล่าสุดที่ใช้นั้นเป็นตัวจับกันลื่นดินสอ (คงเคยเห็นนะ ที่ทำจากโฟมหน่ะ)



ที่มาของภาพ: http://eic.linux.eng.chula.ac.th/gallery/ 
ไอ้ที่ลูกศรชี้ นั่นแหละครับ Dribbler
ประโยชน์ของมันก็คือทำให้ลูกบอลเกิดการ back spin ให้ลูกบอลมีทิศทางการหมุนวิ่งเข้าหาหุ่นยนต์
ทำให้หุ่นยนต์สามารถครองลูกบอลไว้ได้ไม่หลุดไปไหนหากหุ่นยนต์เกิดความเร่งในทิศที่ไม่ใช่ที่ไปข้างหน้า
ด้วยเหตุนี้ Dribbler ที่ผมตั้งใจจะทำก็เลยมีลักษณะเป็น Helix(เกลียว)
เพื่อให้ลูกบอลมีการหมุนเพื่อเข้าหาศูนย์กลางของหุ่นยนต์ในกรณีที่หุ่นยนต์หมุนตัว

เอาหล่ะ .. เรื่องของหุ่นยนต์พักไว้ก่อน มาเริ่มหล่อ Dribbler กันเลยดีกว่า (หากท่านใดสนใจข้อมูลเพิ่มเติมก็บอกได้ใน comment นะ)
การหล่อโมเดลครับ ประกอบด้วย 2 ส่วนหลักๆ ด้วยกันคือ
1.การหล่อโมล หรือแม่แบบ– ใช้สำหรับทำเป็นโครงสร้างเพื่อทำให้ซิลิโคนหรือวัสดุหล่ออื่นๆ มีลักษณะตามที่เราต้องการ
2.การหล่อโมเดล หรือผลงาน– ก็คือเป็นผลลัพท์จากการนำวัสดุใส่เข้าไปในแม่แบบครับ


เริ่มแรก ผมก็ปั้นต้นแบบจากดินน้ำมันก่อนครับ โดยใช้โครงปากกาเป็นแกน
(เพราะโครงปากกานั้นมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 8 มิล.พอดีครับ ซึ่งเท่ากับแกนเหล็กที่ใช้ใน Dribbler ของหุ่นยนต์)
จากนั้นก็หันไปสร้างกล่องไม้สำหรับไว้ขึ้นโครงแม่แบบครับ


จากนั้นผมก็ใช้วาสลีน มาทาทั้งต้นแบบและกล่องไม้..
ซึ่งวาสลีนนี้ก็ทาเพื่อป้องกันปูนปลาสเตอร์(ที่ผมจะใช้ทำเป็นแม่แบบ) ติดกับดินน้ำมันหรือโครงไม้ครับ


ทำโครงอะไรเสร็จเรียบร้อย ทีนี้ก็หันมาผสมปูนปลาสเตอร์บ้างครับ
อัตราส่วนน้ำต่อปูนปลาสเตอร์ที่ผมใช้คือ 1:1 (ขอบคุณคุณเอ เว็บสเปเชี่ยลเอฟเฟ็คที่ช่วยให้คำแนะนำครับ)
ซึ่งอัตราที่ใช้นี้ก็ขึ้นอยู่กับความละเอียดของงานครับ เพระถ้าหากปูนข้นไปมันก็จะไม่ไหลเข้าไปตามร่องลายชี้นงานครับ
แต่อัตราส่วน 1:1 นี้ก็ไม่นาเกลียดอะไรครับ ผมทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมงก็แข็งแล้ว

เมื่อผสมปูน คนอะไรเรียบร้อย เสร็จก็เทน้ำปูนลงไปในโครงไม้เพียงครึ่งเดียวครับ เพราะเราจะทำแม่แบบ 2 ชิ้น
(ในภาพค่อนข้างจะน่าเกลียดหน่อย เพราะภาพนี้เป็นงานแรกที่ผมทำครับ.. อันหลังๆ ปูนปลาสเตอร์จะไม่ไปหกเลอะดินน้ำมัน ^^)


เมื่อปูนแข็งแล้ว ผมก็ทาวาสลีนอีกรอบ เพื่อแบ่งชั้นปูนปลาสเตอร์ให้แยกจากกัน
จากนั้นก็เทน้ำปูนลงไปอีกชั้นครับ จะได้เป็นภาพรูปขวา


เมื่อแกะงานออกมา ก็จะได้ดังรูปด้านบนครับ
ได้แล้วครับ แม่แบบสำหรับ Dribbler


จากนั้นก็ทาแม่แบบด้วยวาสลีน รวมทั้งแกนเหล็ก 8 มิล. ที่จะเอาไว้ใช้ในหุ่นยนต์ด้วยครับ


แล้วก็หันไปผสมซิลิโคนครับ (ซื้อจากศึกษาภัณฑ์)
โดยใช้อัตราส่วนยางซิลิโคนต่อตัวทำแข็ง 1:8 .. หรือไม่ก็กะเอาว่าต้องการยางซิลิโคนข้นขนาดไหน
ซึ่งซิลิโคนที่ผมผสมนั้นค่อนข้างข้นครับ เพื่อจะได้นำไปม้วนรอบแกนเหล็กแล้วจึงนำแม่แบบอัดปิด 2 ด้าน
(จะเห็นว่ายางซิลิโคนล้นออกมา ซึ่งไม่เป็นไรครับ เพราะพอมันแข็งตัวเราค่อยเอากรรไกรตัดส่วนที่ไม่ต้องการทิ้งได้)


ทิ้งไว้ 3-4 วัน แกะโมลออกมาก็ได้ดังรูปครับ
ซึ่งก่อนจะนำงานไปใช้นั้นก็ต้องตัดส่วนที่ไม่ต้องการออกไปครับ แล้วเราก็จะได้งานที่ต้องการ เฮ! 
ส่วนอันนี้ก็แถมครับ.. เป็นอีกไอเดียที่จะใช้สำหรับหล่อแบบคือใช้การหล่อแบบตั้ง
จากนั้นก็มีแผ่นปิดด้านบนเพื่ออันซิลิโคนให้แน่นเต็มโมลครับ


โอย~ เสร็จซะที
ก็คงจะพอเห็นภาพนะครับ ว่าการหล่อโมเดลมันวุ่นวายขนาดไหน
….แต่ยังไงซะ ก็สนุกดีครับ 55+

แล้วพบกันครั้งหน้า กับเครื่องให้อาหารปลา
(ตอนแรกกะจะเอามาลงครั้งนี้ครับ ทว่ามันติดหยุดปีใหม่
ผมเลยไปหาซื้อของที่คลองถมไม่ได้.. ต้องขออภัยที่ผิดคำพูดครับ)

ขอบคุณที่ติดตามครับ

This entry was posted in Daily Experience. Bookmark the permalink.

15 Responses to ++ปีใหม่แล้วจ้า++

  1. Sasikamol says:

    สวัสดีปีใหม่คร๊าบบบ
     
    ในที่สุดก็ได้อ่านแบบแปลไทยเสียที เย้ๆๆๆ
    คนญี่ปุ่นมีวิธีคิดที่ลึกซึ้ง แล้วก็เป็นแนวพัฒนา ไม่ได้ทำให้ถดถอย
    เนี่ยแหละ ถึงได้ชอบคนญี่ปุ่น >.<
    Dribblerพี่หน้าตาแปลกๆ..ตอนแกะโมลออกมา… เหอๆๆๆๆๆๆ

  2. Ploy says:

    สวัสดีปีใหม่จ้ะ..
     
    ตอนแรกก็คิดว่าบทย่อยาวไปจริงๆอ่ะแหละ.. – -"
    แต่พอมาเจอที่แก๊ปดักคอไว้เลยเลื่อนขึ้นไปอ่าน หะหะ
     
    ว่าแต่..ไอดริบเบลอร์ของเธอมันใช้งานได้จริงมะอ่ะ?

  3. - O H M says:

    Happy New Year
    จากการที่อ่านบลอค ทำให้ได้ความรู้ว่า…
     
     
     Tesco ก็มีขายวาสลีนด้วย
     
    เกี่ยวป่าวหว่า

  4. Sonia says:

    หวัดดีปีใหม่ด้วยเช่นกันนะพี่แก๊ป ทุกพรที่ให้มาขอให้ย้อนกลับไปหาพี่แก๊ปด้วยนะ ^^*
     
    บทสัมภาษณ์น่าสนใจดี มีประโยชน์มากค่ะ

  5. [*Noo*] ++ says:

    Happy New Year !!ค่ะ
     
    ต้องขยัน ฉลาด ประหยัด กันตั้งแต่ต้นปีเลยทีเดียว
    เหอๆๆ ขอบคุณสำหรับการ์ด Happy new year
    อันมีนายแบบกิตติมศักดิ์ เป็นแบบให้
    (ท่าทางค่าตัวจะแพงนะเนี่ย)
     
    เอาเป็นว่าปี่นี้ขอให้มีความสุขมากๆน้าพี่แก็ป
    ทำอะไรก็ขอให้สำเร็จๆ นะคะ
    เอาหุ่นยนตืไปแข่งก้ขอให้เครื่องอย่าไหม้อีก
    55++
    Lucky in Every things !!!

  6. Thanapob says:

    แฮปปี้นิวเยียร์ครับ
    ขอรับพรด้วยคนครับ
     
    ช่างเป็นบลอกที่ได้สาระจริงๆ

  7. Nithi says:

    ขอให้พรที่ให้มาเป็นจริงกับเจ้าของบล็อกด้วยครับ
    อ่านบล็อกแก๊ปแล้วได้ความรู้ดี ไว้จะมาคอยอ่านต่อไป

  8. -------End up** says:

    แฮปปี้ นิวเยียร์น้า
     
    เฮีย
    มาที่ไร มีเรื่องมาเยอะแยะเลย
    เอาเป็นว่า น่าสนจายงับ
    อิอิ
     
    มิสยูจ้า

  9. Js♥ says:

    สวัสดีปีใหม่นะจ๊ะ (อาจจะล่วงเลยมาหลายวันแล้วก็ตาม)
    ก็ขอให้มีความสุข และก็เจอแต่สิ่งดีๆเช่นกันนะกั๊บ
    และก็ขอเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆต่อไปนะ สู้ๆ
     
    ( ^ – ^ ) …::: JOY :::…

  10. Fighto says:

    โอ้ ไม่ได้เข้ามาเรย นึกว่าปู่ยังไม่อัพ – -*
    ไอบุ๊คชิงซิงซะเรย 55555+
    แฮปปี้นิวเยียร์อีกครั้งค่า~(ได้ข่าวว่าล้าหลังมากกก)
     
    ว่าแต่นั่นพี่แก็ปทำอารายอ่ะ – -*
     

  11. pan says:

    มันก้อยัง โคดด ยาวอยู่ดีหว่ะแก๊บ
    เปลี่ยนมาเป็น อัพน้อยๆ แต่อัพบ่อยๆได้มะ เหมือนกับรักน้อยๆ แต่รักนานๆอะ

    เพ้อหว่ะกู

  12. Z o M says:

    ยาวมากมาย
     

  13. BELLL says:

    มาเม้นๆ เเต่ไม่ได้อ่านอ่ะ – -"แหะๆ

  14. Z o M says:

    Happy Birthday ย้อนหลังอีกรอบละกัน (hap ซะหลายรอบ อิอิ)
    ขอบคุณที่เข้าไปเมนต์จ้า
    เรากำลังอินเลิฟจิงๆแหละ แต่กับ anatomy ว่ะ
    ตัวติดกันเลย 55+

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s