how to: ของขวัญวันเกิด hand made

สวัสดีคร้าบ!
ก็กลับมาพบกันอีกแล้วสำหรับ blog นักประดิษฐ์แห่งนี้ นะครับHot
นับได้ว่าการอัพเดต blog ครั้งนี้ เป็นการทิ้งช่วงที่สั้นมาก หลังจากเพิ่งนำเสนอเรื่องราวของ "แขนกลคนพิการ" ไปเมื่ออาทิตย์ก่อน
สาเหตุที่ช่วงนี้ผมสามารถมาเขียนได้ค่อนข้างถี่ ก็เพราะว่าช่วงนี้ "ว่างมาก" ครับ
อย่างที่ได้เรียนไปในครั้งก่อนว่า เวลานี้ผมกำลังรอผลการตอบรับจากหลายมหาวิทยาลัยที่ยื่นสมัครไป ทำได้แค่รอกระวนกระวายไปวันๆ
ถ้าจะให้นั่งอยู่เฉยๆ ก็คงจะเกิดความคิดฟุ้งซ่าน อาจหลงผิดไปทำอะไรที่ไม่ดี กลายเป็นปัญหาสังคมได้ในที่สุดครับ
ดังนั้นเพื่อไม่ให้ตัวเองว่าง.. ผมก็เลยพยายามหางานระยะสั้นทำไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะช่วยอาจารย์ออกแบบสนามแข่งหุ่นยนต์ รึช่วยโปรเจคเพื่อน
แต่พอมันทำเสร็จ สุดท้ายก็กลับมาว่างอยู่ดีแหละฮะ Open-mouthed

อยู่มาวันหนึ่ง (เมื่อวานซืน) ผมก็นั่งอ่านหนังสือ(ที่ไปซื้อมาจากงานสัปดาห์หนังสือ)อยู่ริมระเบียง ก็เกิดนึกอะไรขึ้นได้
ว่าอีกไม่นานก็จะถึงวันเกิดเพื่อนผมคนหนึ่ง ซึ่งผมไปติดบุญคุณไว้อยู่ ที่อุตส่าห์มาช่วยงาน IRPUS ของผม ให้ลุล่วงผ่านมาได้ด้วยดี
แน่นอนครับ.. เพื่อนผมคนนั้นก็คือ "คุณเต่า" นั่นเองง ฮ่าๆ (ถ้าใครงงว่าเค้าคือใคร ก็ให้ย้อนไปดู 2 blog ที่ผ่านมา.. แล้วเม้นด้วย)
ผมก็เกิดคำถามครับ ว่าจะซื้ออะไรให้ดีหว่า.. เพราะก็ไม่รู้ว่าชอบอะไรซะด้วย 
รึว่าแค่โทรไปอวยพร…… ซึ่งก็คงงั้นๆ คนอื่นก็คงทำกัน ไม่แหวกแนว 
รึแค่ส่ง sms ไปดี …… แต่เผอิญผมเป็นพวกขี้เกียจพิมพ์ sms ซะด้วย แถมเสียตังค์โดยไม่ได้คุยอีก 
รึแกล้งลืมมันซะเลยวะ??? … ก็อาจจะดูเลวไปหน่อย สำหรับปุถุชนใสซื่ออย่างผม
ดังนั้นก็เลยนึกถึงของขวัญวันเกิดที่ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้วผมเคยทำให้น้องคนหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนว่าน่าจะดีกว่าซื้อของให้เป็นไหนๆ
นั่นก็คือ ตุ๊กตาดินญี่ปุ่น นั่นเองงง!!! Hot (เฮ)

หลายท่านอาจจะสงสัย ว่าผมไปเรียนรู้มาจากไหน ถึงได้กล้าที่จะซื้อวัสดุ(ซึ่งมีราคาแพงนิดหน่อย) มาทำเป็นของขวัญวันเกิดให้คนอื่น
ก็ขอย้อนความเล็กน้อยครับ ว่าสมัยก่อนนู้นก่อนที่ผมจะมาเอาดีด้านวิศวะ รึหุ่นยนต์ ผมเป็นพวกที่คลั่งไคล้ศิลปะมาก่อน
ตอนเด็กๆ ก็ชอบที่จะทำโมเดล วาดรูปสีน้ำ รึประติมากรรมนูนต่ำอยู่เป็นอาจิณ เนื่องจากคุณพ่อจบสถาปัตย์มา ผมเลยซึมซับมานิดหน่อย
แต่พออยู่ประมาณปลายๆ ม.ต้น ก็เริ่มรู้สึกว่าฝีมือตัวเองวาดสู้พวกรุ่นน้องไม่ค่อยได้แล้ว เลยหันเหไปเอาดีด้านแข่งหุ่นยนต์แทน
อย่างไรก็ดี.. เชื่อไหมครับ พวกเทคนิคพื้นฐานงานศิลปะเหล่านั้น ส่งผลดีอย่างมากต่อการประดิษฐ์หุ่นยนต์ รึสิ่งประดิษฐ์อื่นๆ ของผมในภายหลัง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การ sketch ภาพ การ design รึการหลับตาแล้วนึกผลงานให้ออกเป็น 3 มิติ เป็นต้น

เอาล่ะครับ ย้อนกลับมาในปัจจุบัน.. ผมก็รู้สึกว่าการที่ไม่ได้ฝึกฝนด้านศิลปะอย่างต่อเนื่อง มันก็ทำให้ฝีมือมันตกลงไปจริงๆ อย่างที่เค้าว่า
เช่นก็ต้องมานั่งนึกว่าอยากผสมสีๆ นึง จะต้องใช้อะไรผสมกับอะไร.. ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนนิ้วมือมันจะหยิบเลือกสีมาเอง
รึบางทีการสลับแตะปลายพู่กันระหว่าง สี น้ำเปล่า และทิชชู่ มันก็ยังเก้ๆ กังๆ จะเช็ดแห้งปลายพู่กันก็ดันไปจุ่มน้ำ อะไรทำนองนั้น 
แต่ก็เอาเถอะครับ.. การได้กลับมาทำอะไรที่ตัวเองห่างเหินไปนาน บางทีมันก็เพลิดเพลิน และสนุกกับการใช้เวลาไปกับมันเสมอ Wink
ดังนั้นเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เรามาเรียนรู้ขั้นตอนการสร้างของขวัญวันเกิด hand made จากดินญี่ปุ่น กันเลยดีกว่าครับ! 


เริ่มแรกครับ ผมก็พยายามโยงเรื่องราวก่อน ว่าจะปั้นตุ๊กตาออกมาเป็นรูปอะไร
โดยประเด็นที่ผมจับมาก็คือ เต่า(ชื่อคนที่จะเอาไปให้) ลิเวอร์พูล(ทีมฟุตบอลที่เค้าชอบ) และแปรงสีฟัน(senior project ที่ทำ)  
ด้วยความที่ผมไม่เคยเลี้ยงเต่าตัวเป็นๆ กับการที่ผมเชียร์แมนยู… ทำให้ก่อนอื่นต้อง search หาข้อมูลรูปภาพจาก google ก่อนครับHot

 

พอได้ประเด็นแล้ว ก็เอามาโยงกันแล้วร่างแบบขึ้นบนกระดาษด้วยมือก่อน ว่าอยากให้ตุ๊กตาออกมาหน้าตาแบบใด
ซึ่งผลที่ได้ก็คือ เป็นรูปเต่าหน้าตากวนๆ ครึ่งตัว ที่ถือแปรงสีฟันไฟฟ้า และทำหน้าลังเลที่จะแปรงฟัน
สาเหตุที่ลังเลก็เพราะโปรเจคแปรงสีฟันไฟฟ้าของคุณเต่านี้ ตอนที่ไปนำเสนอ คณะกรรมการก็บอกว่ามันดูรุนแรง เหงือกอาจจะพังได้
ดังนั้นก็เลยสื่อตุ๊กตามาในทำนองที่ว่า เจ้าตัวเองก็ยังลังเล ไม่กล้าใช้เลย Hot 
นอกจากนี้ก็ให้คล้องผ้าพันคอลิเวอร์พูลด้วยครับ เพื่อสื่อว่าคลั่งไคล้ทีมนี้มากขนาดใส่เชียร์ตลอดแม้กระทั่งแปรงฟัน

จากนั้นก็มาเตรียมอุปกรณ์ครับ ซึ่งอุปกรณืทั้งหมดมีดังนี้
ไม้อัด เลื่อยฉลุ กาวUHU ดินญี่ปุ่น สีโปสเตอร์ สีน้ำ ทิชชู่ ลวด ArtKnife ถาดน้ำ สเปรย์แลคเกอร์  
จากนั้นเราก็ร่างฐานไม้ขนาด 8ซม.X10ซม. และโครงสร้างเต่าครึ่งตัวขึ้นมา

จากนั้นก็ฉลุโครงสร้างออกมา แล้วติดด้วยกาวUHU เข้ากับฐานหลัก
อย่างที่เห็นในภาพล่างขวา ว่าผมตัดชิ้นไม้โค้งแล้วติดกาวให้ยื่นออกมาเป็นส่วนแขน และติดชิ้นไม้เล็กๆ ให้ตั้งขึ้นมาเป็นโครงของแปรงสีฟัน
ซึ่งโครงไม้เหล่านี้มีประโยชน์ในมากครับ ทำให้ดินญี่ปุ่นที่เราจะเอามาปั้นหลังจากนี้มีที่ยึด และขึ้นรูปได้ง่ายขึ้น

หลังจากติดกาวแล้ว ก็ต้องรอประมาณหนึ่งชั่วโมงครับให้กาวแข็ง ระหว่างนี้ก็นั่งอ่านหนังสือเรื่อง The Art of Innovation ต่อครับ
พออ่านจนเบื่อก็หันมาเตรียมของรอดีกว่า ขั้นต่อไปจะเป็นการปั้นดินญี่ปุ่นแล้วครับ ใช้อุปกรณ์ดังรูปด้านล่างขวานี้ 
โดยถาดน้ำที่เห็นในรูป ก็ใส่น้ำไว้เล็กน้อยครับ เพื่อเอาไว้ทำให้ดินญี่ปุ่นไม่แข็งตัวเมื่อเอาออกมา และให้ดินเหลวปั้นง่าย

ผมก็ตัดถุงดินญี่ปุ่นจากด้านบน เพื่อจะได้สามารถพับปิดถุงได้ เนื่องจากดินญี่ปุ่นถ้าโดนอากาศทิ้งไว้ซัก 1 ชม.มันจะแข็งตัวครับ
แล้วก็บีบดินที่เอาออกมาแล้ว ฉีกให้เป็นชิ้นย่อยๆ เพื่อให้ปั้นได้ง่ายขึ้น
ในถาดน้ำก็จะมีน้ำที่ใส่ไว้ ทำให้เนื้อดินชุ่มและนุ่มขึ้น ซึ่งทิชชู่เปียกที่เห็นในรูปนั้นมีไว้เพื่อปิดหน้าก้อนดินญี่ปุ่นไม่ให้แข็งตัว
จากนั้นก็เอาก้อนดินที่ฉีกไว้แล้ว โปะเข้าไปตามโครงสร้างไม้ที่กาวแข็งแล้ว โดยเน้นส่วนที่เป็นกระดอง ลูกตา และขอบริมฝีปากให้นูนขึ้น

อย่างที่เห็นในรูปด้านล่างซ้ายครับ ส่วนของกระดองเต่าก็จะมีขอบที่ยื่นออกมา
จากนั้นเราก็เอา Art Knife มาลากให้เป็นลายของกระดองครับ รวมถึงแต่งปลายขอบให้คมชัดขึ้นด้วย

เนื่องจากการลากลวดลายด้วย Art Knife มันจะทำให้เกิดเนื้อดินส่วนเกินขึ้นมาครับ แก้โดยการเอานิ้วจุ่มน้ำแล้วลูบไปบนลายเพื่อทำให้เบลอลง
จากนั้นก็แต่งส่วนแปรงสีฟันให้ดูเป็นแปรงมากขึ้น (จากเดิมเป็นก้อนสี่เหลี่ยม)
แล้วก็เอาดินญี่ปุ่นที่แช่น้ำไว้ออกมาบีบให้แบนครับ แล้วตัดให้กลายเป็นชิ้นผ้าพันคอครับ และก็นำไปคล้องไว้รอบคอเต่า

หลังจากเอา Art Knife แต่งส่วนต่างๆ ให้คมมากขึ้น รวมถึงเอาดินชิ้นเล็กๆ โปะไปตามร่องต่างๆ .. เราก็เอาชิ้นงานไปผึ่งแดด ทิ้งไว้ครับ
ผ่านไป 1 คืน
เมื่อชิ้นงานแข็งตัว มันจะมีรอยปริเล็กน้อยครับ เนื่องจากการหดตัวของสสาร ก็ให้แก้โดยการเอาดินชิ้นเล็กๆ ที่แช่น้ำไว้ไปลูบแล้วเอานิ้วถูให้เรียบ
จากนั้นก็มาเตรียมอุปกรณ์สำหรับระบายสีกันบ้างครับ โดยใช้ถาดน้ำ พู่กัน 4 เบอร์ สีน้ำ และสีโปสเตอร์ ครับ

การลงสีนั้น เริ่มแรกให้ลงในพื้นที่ใหญ่ๆ ก่อนครับ ในกรณีนี้คือตัวของเต่า โดยเว้นส่วนของรายละเอียดไว้ เช่นผ้าพันคอ ลูกตา หน้าท้อง เป็นต้น
ส่วนลำตัวและแขน ผมเลือกใช้สีเขียวเข้มครับ เนื่องจากภาพเต่าที่ไปหามาเป็นมีลักษณะเขียวแก่ๆ  
พอลงพื้นที่ใหญ่ๆ เสร็จปุ๊บ เราก็เอาพู่กันแหย่เข้าไปตามร่องต่างๆ ครับ เพื่อเก็บรายละเอียด

เนื่องจากเต่าโดยปรกติแล้วมันไม่ได้สะอาดครับ เลยใช้สีน้ำตาลอ่อน และเข้ม สลับกันลายเป็นร่องรอยของเศษโคลน เศษดิน เพื่อความสมจริงมากขึ้น
จากนั้นก็เอาสีเขียวเข้มไประบายต่อตรงส่วนหัวและคอครับ และก็ใช้สีน้ำตาลแบบเดียวกันแต้มให้เป็นความสกปรกเช่นกัน

พอลงสีส่วนลำตัวและหัวเสร็จแล้ว ก็หันมาลงสีหน้าท้องบ้างครับ โดยใช้สีน้ำตาลอ่อน เข้มระบายไปก่อน
โดยพื้นที่ส่วนกลางจะใช้เป็นสีอ่อน ส่วนขอบรอยตัดกับสีเขียวแก่จะใช้สีน้ำตาลเข้ม
การระบายรอยต่อระหว่างสีเขียวเข้มกับสีน้ำตาลเข้มนั้น ผมทำโดยการไล่สีแบบแห้งครับ
หลักการคือใส่สีทั้งสองแบ่งฝั่งกันไว้บนรอยต่อ แล้วเอาพู่กันแห้ง(อาจจะชื้นนิดๆ) ไปผสมสีทั้งสองบนชิ้นงานนั่นแหละ แล้วไล่โทนไปทั้งสองฝั่ง
ผลที่ได้คือในรูปล่างซ้ายครับ สีจะไล่จากเขียวแก่มาน้ำตาลอ่อนได้อย่างลงตัว
แล้วก็ทำแบบนี้ทั้งสองข้างครับ ก็จะได้ผลลัพธ์ออกมาดังในรูปล่างขวาฮะ 

จากนั้นก็หันมาลงสีส่วนกระดองบ้างครับ เนื่องจากกระดองเต่าแล้วปรกติมันจะแบ่งเป็นชิ้นส่วนเรขาคณิตมาต่อๆ กัน
แต่ก็ไม่ได้มีหลักเกณฑ์อะไร ว่าต้องเป็น 6 เหลี่ยมหรือกี่เหลี่ยม การระบายสีนั้นก็ให้ผสมสีไว้ 2 แบบครับคือ สีน้ำตาลเข้ม กับเข้มมากกว่า
โดยเริ่มแรกก็ดังในรูปล่างขวา เราเอาสีน้ำตาลเข้มกว่าระบายเป็นเหลี่ยมๆ ไว้โดยเหลือพื้นที่ตรงกลางของแต่ละชิ้นส่วนเรขาคณิตไว้
จากนั้นก็เอาสีน้ำตาลเข้มมาระบายตรงกลาง แล้วไล่สีให้เข้ากันพอประมาณ ก็จะได้ผลดังรูปด้านล่างซ้าย 

แล้วสุดท้าย เราก็ผสมสีน้ำตาล"เข้มที่สุด"ครับ เพื่อเอามาลากตรงรอยต่อของแต่ละชิ้นส่วนเรขาคณิต และด้านในของกระดอง
รวมถึงเอาสีที่เหลือนั้นไปลบจุดขาวๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ให้หมด ก็จะได้ผลดังรูปล่างขวานั่นเอง
พอระบายกระดองเสร็จ ผมก็มาระบายปากต่อ.. โดยใช้สีเทาทำเป็นร่องซี่ฟันใช้สีชมพูลากเป็นเหงือก และชมพูโทนส้มวาดเป็นริมฝีมากครับ

วาดปากเสร็จ ก็มาลงรายละเอียดของแปรงสีฟันไฟฟ้าครับ ใช้สีฟ้าและสีน้ำเงินลงเป็นกล่องโยกด้ามแปรง(ดูรูปของจริงได้ใน blog ก่อนหน้านี้ 2 pages)
ส่วนขนแปรงใช้สีเทาเข้มมาลากเป็นร่องขนแปรงฮะ และด้ามแปรงใช้สีเทาอ่อน
พอได้แปรงแล้ว ก็เอาดินสอมาร่างลวดลายของผ้าพันคอลิเวอร์พูลครับ โดยก็เปิดดูรูปไปด้วย ร่างไปด้วย

พอร่างเรียบร้อย ก็เอาสีโปสเตอร์สีแดงมาระบายครับ โดยเหลือพื้นที่สีขาวให้เป็นตัวอักษรและลายต่างๆ
ทั้งนี้ถ้าเกิดว่ามือถือเกิดเสียงเมสเซจดังแล้วตกใจ เผลอระบายสีแดงไปกลบพื้นที่สีขาว ก็สามารถใช้สีโปสเตอร์สีขาวมาระบายแก้ได้ครับ
หลังจากรอสีแดงแห้งแล้ว ก็เอาสีต่างๆ มาลงรายละเอียดให้ครบพอประมาณฮะ
แล้วก็ผสมสีโปสเตอร์ขาวกับสีน้ำเงินให้ได้สีฟ้า แล้วเอามาระบายข้นๆ ที่ฐานไม้ ก็จะได้ผลดังรูปล่างขวานั่นเอง

จากนั้นก็ทำคำพูดกวนๆ ลงไปหน่อย เพื่อให้เจ้าตุ๊กตาเต่าตัวนี้ดูเป็นมิตรมากยิ่งขึ้น

ก็รอจนสีแห้งสนิทฮะ แล้วก็ไปเอาสเปรย์แลคเกอร์ออกมา เพื่อพ่นให้ตุ๊กตาตัวนี้ทนต่อความชื้นและน้ำมากขึ้น
การพ่นสเปรย์เคลือบนี้ ให้พ่นห่างจากชิ้นงานประมาณ 1 ครับ โดยกดเป็นช่วงๆ เพื่อไม่ให้ชุ่มตุ๊กตาเกินไป

ทิ้งไว้ให้แลคเกอร์แห้ง จากนั้นก็เอาปากกาเมจิกมาเขียนข้อความลงไปที่ฐานไม้ ว่า HBD (ย่อมาจาก Happy Birthday ครับ)
ก็ถือว่า ของขวัญวันเกิด Hand made ชิ้นนี้ เสร็จเรียบร้อยครับ!Hot (เย้!!)

การเอาไปให้ผู้รับนั้น ก็ไม่ควรแบกตุ๊กตาไปทั้งอย่างนี้ครับ เพราะจะดูลาวมาก
จึงต้องหากล่องที่ขนาดพอเหมาะมาบรรจุ โดยปั้นกระดาษหนังสือพิมพ์หลวมๆ ใส่ก้นกล่องและด้านข้างไว้ เพื่อกันกระแทกครับ

ส่วนรูปด้านล่างนี้ เป็นมุมต่างๆ ของตุ๊กตาตัวนี้ฮะ ถ่ายด้วย 450D เลนส์ canon 28-135 ใช้ speed 1/100 f 5.0 ISO100 ครับ

ก็หวังว่า How to ในครั้งนี้ น่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่สนใจจะเริ่มปั้นตุ๊กตาดินญี่ปุ่นไม่มากก็น้อยนะครับ
สำหรับผู้ที่อยากได้ไว้ครอบครอง แต่ไม่อยากออกแรง ถ้าต้องการจริงๆ ก็ติดต่อผมได้นะครับ ราคาเริ่มต้นไม่แพง 555+
ขอบคุณที่ติดตามครับ!!Wink

This entry was posted in My Previous Projects. Bookmark the permalink.

9 Responses to how to: ของขวัญวันเกิด hand made

  1. JingJo says:

    ว้าววว อย่าบอกนะว่า"จิงโจ้"ตัวนั้นก็เป็นดินญี่ปุ่นสุดยอดค่ะ!แล้วก็ขอบคุณที่เอาความรู้มาฝากกันนะคะ ^ ^

  2. Obchoey says:

    อ๊ะ … บล็อกนี้ชอบที่สุดเลย ฮ่าๆๆ น่ารัก ๆ ^ ^

  3. SnC says:

    โห สวยครับเอาไว้วันหลังถ้าคึกอยากทำจะแอบมาเปิดดูวิธีทำ ฮ่าๆ

  4. parinya says:

    แหม ท่าทางทุ่มเทจังเลยนะนาย มีอะไรในกอไผ่รึป่าว คิกๆ

  5. Sasikamol says:

    ปกติต้องบอกค่า f กับ speed shutter แล้วก็ ISO ด้วยค่ะ

  6. Avarin says:

    ทำของขวัญวันเกิดให้ใครอะ เท่ดีถ้าเค้ามาอ่านเจอก่อนก็ไม่serpriseอะดิ

  7. gap says:

    อย่าถามเยอะครับ เดี๋ยวผมงานเข้า ฮ่าๆปล.อัพเดตค่าตั้งกล้องแล้วครับ แหะๆ

  8. Little says:

    เยัๆๆ ขอบคุนมากๆเรยน้าแก้ป ^^เก็บรายละเอียดดีอะส่วนดินญี่ปุ่นจิงๆเราก้อเคยไปเรียนปั้นตอนเด้กๆ555* ก้อหนุกดีเนาะps. manu 2-2 por สบายจัยจัง โฮะๆๆๆๆๆๆๆๆ^________^

  9. Mac says:

    เพิ่งอ่านเจอว่ะ กุชอบว่ะอย่างที่นายบอก ต้องว่างและไฮเปอร์ถึงทำได้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s