ผ่าฟันคุดกันเถอะ

สวัสดีครับทุกท่าน!!
จะว่าไป ผมก็ว่างเว้นจากการอัพเดตบล็อคนักประดิษฐ์เป็นเวลาหลายเดือนเลยทีเดียวครับ
ทั้งที่ความจริงแล้ว ช่วงนี้ผมว่างมากครับ เนื่องจากไม่ได้มีงานประจำตามที่ควรจะเป็น หรือเรียนต่อโทต่อที่จุฬาฯ เหมือนเพื่อนๆ
สาเหตุก็เพราะ ผมยังอยู่ในช่วงระหว่างรอเรียนต่อครับ ซึ่งตอนนี้ที่ได้ตอบรับมาแล้วก็มีที่ NUS ของสิงคโปร์ในสาขา mechatronics
และอีกที่ที่ยังรอก็คือ ทุน panasonic ซึ่งถ้าได้ก็จะไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นปีหน้าครับ เหลือสัมภาษณ์รอบสุดท้ายปลายๆ เดือนมิย.นี้แหละ
ดังนั้นชีวิตผมตอนนี้ก็ยังไม่แน่นอนครับ ว่าจะไปตกลงเอาช่องไหนของบันไดงู
แต่ก็เชื่อว่า สุดท้ายจะได้อะไรที่ไหน มันก็ดีทั้งนั้นสำหรับผมแหละครับ จึงไม่เครียดมาก ใส่แว่น

นอกจากรอสัมภาษณ์ทุนแล้ว ความจริงปลายเดือนนี้แล้วต้นเดือนหน้า ผมก็จะเข้าร่วมอีกเหตุการณ์สำคัญ นั่นคือการรับปริญญาครับ
ของคณะผมก็จะซ้อมวันที่ 27 มิย.นี้ช่วงเช้า และก็รับจริงวันที่ 9 กค.ช่วงเช้าเช่นกันฮะ
การรับปริญญานั้นมันอาจดูว่าเป็นวันที่สื่อถึง "ความสำเร็จของชีวิตการศึกษา" ที่เราได้พยายามเรียนมาตลอด 4 ปี 
แต่บางทีการที่ฝรั่งใช้คำว่า "commencement day" ก็อาจเพราะต้องการจะสื่อว่า ชีวิตเราเพิ่ง "เริ่มต้น" เท่านั้นไม่ใช่ "สำเร็จ"
ดังนั้นผมก็อยากจะถือเอาความหมายฝรั่งดีกว่า ว่าเราเพิ่งเริ่มต้นเข้าสู่โลกที่กว้างใหญ่ขึ้น และเปลี่ยนไปจากเดิม
จึงขอเชิญเพื่อนๆ ทุกท่าน ที่สนใจจะมาร่วมถ่ายรูปฉลอง "วันเริ่มต้นชีวิตใหม่" กับผมและคนอื่นๆ ได้ ในวันแหละเวลา(ช่วงบ่าย)ดังกล่าวครับ ขยิบตา   


ทีนี้เราลองมาพูดกันเรื่อง การผ่าฟันคุดบ้างดีกว่าครับ 55+
จากการสอบถาม ก็ทราบมาว่ามีเพื่อนผมหลายคนที่ยังไม่เคยผ่าฟันคุด ด้วยเหตุผลที่คล้ายๆ กันคือ "ไว้ปวดแล้วค่อยผ่า" หรือ "กลัวเจ็บ ไม่เอา"
หรือบางคนก็ถามว่า "ตกลงมันต้องผ่าจริงๆ เหรอ นึกว่าหมอหลอกให้มาผ่าเอาเงิน"
ซึ่งผมเองก็ไม่ได้เรียนมาด้านทันตแพทย์ จึงไม่อาจตอบได้ครับว่า ควรจะปวดแล้วค่อยผ่า หรือชีวิตนึงอาจไม่ต้องผ่าเลยเหมือนไส้ติ่ง
แต่สาเหตุที่ผมตัดสินใจไปผ่าเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ก็เพราะกังวลว่า กลัวจะไปปวดตอนที่เรียนอยู่ต่างประเทศ แล้วเสียเงินค่าผ่าเป็นหมื่นเป็นแสนบาท
ก็เลยเอาวะ ตัดปัญหาตอนนี้ ด้วยการเสียเงินผ่าที่เมืองไทยนี่แหละ ซี่ละ 2,000 บาท ครับ

ก่อนอื่น เชื่อว่าอาจจะมีหลายท่านที่ไม่เคยลงเรียนวิชา FUND ORAL ของคณะทันตแพทย์ หรือไม่เคยทราบรายละเอียดของไอ้ฟันคุดมาเลย
ดังนั้นผมจึงขอเล่าเนื้อหาคร่าวๆ เกี่ยวกับเจ้าฟันคุดครับ ว่ามันคืออะไร แล้วทำไมควรจะเอาออกครับ ใส่แว่น 

จากภาพด้านบนจะเห็นได้ว่า ฟันคุดคือฟันกราม(Molar)ซี่ในสุดครับ ทั้งด้านบนและด้านล่าง
เจ้าฟันคุด หรือฟันกรามซี่สุดท้าย มันขึ้นช้าครับ คืออายุซัก 17-18 แล้วค่อยขึ้น หรือบางทีก็เลยไป 20 กว่าๆ หรืออาจจะไม่ขึ้นมาเลย
ซึ่งการที่มันขึ้นทีหลังเนี่ย ทำให้มันมักจะเรียงตัวผิดปรกติครับ
ดังในรูปถ่าย x-ray บนขวา จะเห็นว่ามันขึ้นเอียง และกำลังไปชนฟันกรามซี่รองในสุดอยู่
ผลของการชนนี้ ก็อาจก่อให้เกิดการหมักหมมของเศษอาหารที่แปรงสีฟันทำความสะอาดไม่ถึง หรือแม้กระทั่งทำให้ฟันเสียรูป หรือเอนได้ครับ
 

ทีนี้ก็มาถึงการผ่าฟันคุดบ้างครับ จากประสบการณ์ที่เพิ่งผ่านมาไม่ถึง 1 อาทิตย์นะครับ
เริ่มแรก ผมก็นัดหมอไว้ตอนบ่าย 2 ครับ ซึ่งทำให้ผมมีเวลาไปหามื้อเที่ยง "ที่ดีที่สุดในรอบสัปดาห์" ทานได้
สาเหตุก็เพราะว่า หลังจากผ่าฟันคุดแล้ว คุณจะกินอะไรได้ลำบากมากครับ เพราะอ้าปากได้น้อยมากในช่วง 2 วันแรก
เอาล่ะ ไม่เป็นไร ผมก็เลือกมื้อเที่ยงแถวร้านทันตกรรมทาน แล้วก็บ้วนน้ำให้สะอาดเรียบร้อย
เข้าสู่กระบวนการผ่าฟันคุดครับ… คราวนี้ผมผ่า 1 ซี่ คือซี่ล่างขวา (เพราะเมื่อเด็กๆ ผ่าซี่ด้านล่างซ้ายไปแล้ว) 
เริ่มแรกหมอเค้าก็ฉีดยาชาให้ผมสองเข็มเข้าที่โคนขากรรไกรในปากด้านขวา
จุดที่ฉีดนี้มันเป็นต้นทางของเส้นประสาท ทำให้ด้านขวาปากส่วนล่างและลิ้นของผมชาครับ ทำเอาพูดได้แค่ แบะๆ เลยทีเดียว
จากนั้นก็ไป x-ray ดูตำแหน่งฟันคุดครับ เนื่องจากฟิลม์อันเดิมของผมมันเกือบสิบปีแล้ว.. (ก้ได้ผล x-ray คล้ายรูป x-ray อันซ้ายบนนั่นแหละ) 
หลังจากนอนบนเตียง พร้อมกับปากที่ชา ผมก็โดนปิดตาด้วยผ้าขนหนู และครอบปากด้วยผ้าสีเขียวที่เอาไว้ผ่าตัด
สักพักหมอก็เอาวาสลีน (หรือลิปมันนี่แหละ ปิดตาอยู่ ไม่รู้โว้ย) มาทาที่ริมฝีปากทั้งบนล่างครับ เข้าใจว่าเพื่อให้ลื่นๆ เวลากระชากฟันผม
แล้วก็เข้าสู่ช่วงกรอฟันครับ เนื่องจากฟันคุดผมมันโผล่ขึ้นมานิดนึงแล้วเลยคงไม่ต้องใช้การผ่าอะไรมาก.. ผมคิด
ระหว่างที่กรอฟัน หมอกับผู้ช่วยก็จะมีเรื่องคุยกันตลอดครับ ข้าวเที่ยงบ้าง นินทาหมออีกคนบ้าง ต่างๆ นาๆ
การหล่อลื่นหรือฆ่าเชื้อ เค้าก็ใช้น้ำเกลือครับ ที่ฉีดแล้วดูดหมุนเวียนอยู่เป็นนิรันดร์ตรงบริเวณผ่าตัด โครตเค็มอ่ะ 
แล้วก็มาถึงช่วงสำคัญครับ เสียงกรอฟันเงียบไป เหลือแต่เสียงท่อดูดซู้ดๆ ที่ผู้ช่วยแหย่คอหอยผมอยู่
จากนั้นหมอก็หยิบอุปกรณ์อะไรซักอย่างครับ มาหนีบเจ้าฟันคุดผมไว้.. แน่น..มาก.. ขนาดลิ้นที่ชายังรู้สึกได้
และก็เริ่มทำการโยกไปมาครับ.. ตอนนั้นใต้ผ้าขนหนูผมมองเห็นภาพรากต้นไม้ที่แตกแขนงกำลังโดนกระชากขาดเสียง กึ๊ดๆ เลยครับ
หลังจากใช้เวลาอยู่ประมาณ 15 นาที ฟันก็หลุดออกมาครับ สาบานได้เลย รู้สึกว่าฟันในปากมันหายไปจริงๆ
สุดท้ายหมอก็ให้ผมกัดผ้าก๊อชไว้ครับ โดยให้กัดทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมง แล้วก็ให้ถุงน้ำแข็งมาประคบแก้มด้านขวาไว้
การผ่าตัดทั้งหมดใช้เวลา 1 ชั่วโมงครับ
ซึ่งหลังจากออกจากห้องผ่าตัดมา ปากผมก็ยังชาอยู่ครับ บวกกับต้องกัดผ้าก๊อชทำให้พูดได้ยากมาก (นึกภาพว่าต้องพูดกัดฟันตลอด)
ไม่รู้ผมคิดไปเองรึเปล่า ว่าช่วงเวลาที่ผมกัดผ้าก๊อชนี้ชอบมีโทรศัพท์เข้า หรือมีคนถามโน่นถามนี่ผมตลอด.. ซึ่งผมก็พูดแบะๆ ไป – -"
….ผ่านไป 3 ชั่วโมงหลังผ่าตัด
ผมก็เข้าห้องน้ำส่องกระจก เอาผ้าก๊อชออกมาจากปากครับ
ก็ตกตะลึงว่า เลือดท่วมเลยอ๊า… แถมในปากก็มีเลือดนองเต็มแถวฟันด้านขวาครับ ก็เลยกลืนอึ๊กเข้าไป เค็มมาก
ประเด็นก็คือ หมอบอกหลังผ่าเสร็จครับว่า ห้ามบ้วนน้ำลาย เพราะจะทำให้แผลกระทบกระเทือน (เข้าใจว่าท่อน้ำลายอย่แถวที่ผ่าฟันคุด)
….ผ่านไป 6 ชั่วโมงหลังผ่าตัด
ก่อนหน้านี้ผมชอบเอานิ้วจิ้มแก้มหรือริมฝีปากด้านขวาเล่นครับ เพราะมันเป็นความรู้สึกที่แปลกดี ชาๆ บวมๆ ไร้ความรู้สึก เหมือนจิ้มไขมัน
แต่พอถึงตอนนี้ ความชาเริ่มหายไปครับ พอจิ้มไปแก้มก็เริ่มรู้สึกว่าโดนจิ้ม
ซวยแล้วครับ โคนแก้มขวาผมก็เริ่มเจ็บ.. รู้สึกได้เลยถึงไหมเย็บที่ดึงแผลไว้อยู่ เศร้า
..ข้าวเย็นวันนี้ ของผมก็คือโจ๊กหมูครับ เหอๆ
สาเหตุที่ต้องทานอาหารเหลวก็เพราะปากของผมมันอ้ากว้างไม่ได้เลยครับ จะรู้สึกเจ็บจิ๊ดๆ ปากอ้าได้ประมาณ 1 ซม.แค่นั้นเอง
ก็ถือเป็นช่วงหนึ่งของชีวิตที่ทรมานพอสมควรครับ อาการแบบนี้
….ตกกลางคืน
ผมรู้สึกง่วงเร็วมากครับ 3 ทุ่มกว่าก็เข้านอนแล้ว ทั้งที่ปรกติก็อยู่ถึงตีสองตีสามประจำ
ระหว่างนอนก็ปวดแก้มบ้างครับ ซึ่งก็เป็นจังหวะที่ขยับปากเสียมากกว่า ถ้าอยู่เฉยๆ มันก็ไม่เจ็บมากฮะ

หลังจากผ่านไปแล้วประมาณ 5 วัน
ผมใช้ชีวิตตามปรกติได้แล้วครับ!! ไม่มีอาการเจ็บ ปวด บวม ใดๆ ทั้งสิ้น ฮ่า ฮ่า
ไหมก็ยังอยู่ในปากผมครับ นัดตัดไหม 1 สัปดาห์หลังผ่าตัด แต่ผมอาจจะไปตัดทีหลังจากนั้น เพราะไม่ว่าง
อาการเจ็บเวลาจาม หรือเลือดซึมออกจากแผล ก็หายไปหลัง 3 วันนับจากผ่าตัด
ซึ่งหลังจากเอาไหมออกแล้ว แผลผ่าตัดนั่นก็จะกลายเป็น "รู" ครับ คือเป็นช่องฟันเดิมที่โดนถอนออกไป
ก็คงต้องใช้เวลาประมาณ 5 เดือนครับ กว่าที่เหงือกมันจะสร้างตัวเองถมรูนี้ให้เต็ม
ระหว่างนี้ก็ต้องคอยดูแลเจ้ารูนี่ให้สะอาด เพราะมักจะมีเศษหาอาหารตกลงไปเสมอ ซึ่งถ้าเน่าแล้วก็อาจกลายเป็นกลิ่นปากได้
และผมก็คงไม่ต้องกังวลอีกต่อไป ว่าจะปวดฟันคุดในเร็วๆ นี้ (ยังเหลือข้างบนอีกสองซี่ ซึ่งยังอยู่ลึกอยู่ ผ่าไม่ได้)

สุดท้ายนี้ ก็ขอสรุปครับว่า ฟันคุดนี่ ถ้ามีเวลาว่างก็ควรไปตรวจสุขภาพฟันครับ แล้วถามหมอว่าควรจะผ่าหรือยัง
โดยฟิลม์ x-ray มันจะบอกครับ ว่าฟันคุดของคุณขึ้นมามากน้อยแค่ไหนแล้ว และมีแนวโน้มจะผุหรือไม่อย่างไร
ก็ยังขอยืนยันครับ ว่าการผ่าฟันคุดไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หรือทรมาน เพราะมันเป็นอาการของ 1-2 วันแรกเท่านั้น
แล้วหลังจากนั้น คุณก็สามารถใช้ชีวิตได้ปรกติครับใส่แว่น

ขอบคุณที่ติดตามครับ!

This entry was posted in Daily Experience. Bookmark the permalink.

5 Responses to ผ่าฟันคุดกันเถอะ

  1. Chai says:

    ขอบคุณสำหรับอาหารสมองดีๆนะครับพี่แก๊ป ^^

  2. parinya says:

    อืม แล้วคนสมัยก่อนเขาอยู่กันได้ยังไงนะ

  3. Sasikamol says:

    ยังไม่เคยผ่าฟันคุดเลยแฮะ…แต่คำว่า"ผ่า"ก็ทำให้ฟันดูน่ากลัว จนไม่อยากไปหาหมอฟันซะแล้ว

  4. Avarin says:

    ลิปมัน_<<`ที่หมอทาเพื่อกันริมฝีปากปากแห้งจนแตกม่ายใช่เหรอ ซี่ละ 2,000 บาท ไปผ่าที่ไหนอะจาไปมั่งถูกดีๆบอกหน่อยขอเบอคลีนิคด้วย๕๕

  5. SnC says:

    อ่านแล้วดูน่ากลัวนะครับเนี่ย 555+ช่วงก่อนหน้านี้ผมก้เจ็บๆฟันซี่ในสุดเหมือนกัน แต่สักพักมันก็หายเจ็บไปไม่รู้ว่าควรจะผ่าออกดีไหมครับเนี่ย = ="เผื่อผ่าแล้วจะได้ลดอาหารลงบ้าง 555+

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s