+เทคนิคการสร้างนวัตกรรม+

สวัสดีครับ!
นับตั้งแต่อัพเดต blog ครั้งล่าสุดเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แล้วอยู่ดีๆ ผมต้องเดินทางมาญี่ปุ่นทำให้ไม่มีโอกาสเขียน blog ไปพักนึง จนตอนนี้ก็ย่างเข้าสู่เดือนกรกฎาคมแล้วครับ หลายๆ อย่างที่ญี่ปุ่นนี่ก็เริ่มลงตัว จึงได้มีโอกาสกลับมานำเสนอเรื่องราวความเป็นไปใหม่ๆ ครับ
สำหรับผู้อ่านท่านใหม่ ทีไม่ได้อ่าน blog อันเก่าๆ มาก่อน เรื่องย่อก็คือ ตอนนี้ผมมาเรียนต่อป.โทที่ญี่ปุ่นครับ คงใช้เวลา 3 ปี กว่าจะเสร็จ คือเรียนภาษาญี่ปุ่นที่มหาวิทยาลัยกะเตรียมตัวสอบเข้าป.โทใช้เวลา 1 ปี กะเรียนอีก 2 ปี ซึ่งตอนนี้เพิ่งเรียนภาษามาได้แค่ 3 เดือนฮะ แถมเดือนหน้าจะต้องสอบเอนทรานซ์แล้ว! ช่วงนี้ก็เลยอ่านหนังสืออย่างเดียวฮะ ส่วนคณะที่กะจะสอบเข้านั้น ก็คือคณะ Information Science and Technology ภาค mechano-informatics ของโตไดคับ
P1010031_resize 

ถ่ายหน้าประตู akamon ของมหาวิทยาลัยฮะ (ไปถ่ายแบบนี้จะสอบตกป่าวเนี่ย หึๆ)
 
 


เอาล่ะครับ มาคุยกันเรื่องของหัวข้อวันนี้กันดีกว่า!
เรื่องของเรื่องก็คือ ผมมีความเชื่อมานานแล้วว่า “วิศวกรรมศาสตร์” กะ “การสร้างไอเดีย” นั้น เป็นสิ่งที่ควรจะถูกพัฒนาควบคู่กันไปฮะ แต่เรื่องที่น่าแปลกใจก็คือ ยิ่งผู้เรียนเรียนวิชาเฉพาะทางวิศวกรรมมากเท่าไหร่ กลับทำให้กรอบบางๆ เกิดขึ้นทีละนิดๆ จนเรียนจบ 4 ปีกลายเป็นกรอบหนากำแพงทึบ.. คือไม่ว่าคิดจะทำอะไร ก็จะรู้สึกไปก่อนเลยว่า “ไอ้ที่ว่านั่นมันทำไม่ได้หรอก.. เพราะอย่างนี้ๆๆๆ” เชื่อว่าหลายท่านคงเป็นเหมือนผม ที่สมัยเด็กๆ มีจินตนาการมากมายเกี่ยวกับสิ่งที่เรายังไม่รู้ เป็นต้นว่าโลกหมุนได้เพราะอะไร ทำอย่างไรถึงจะบินได้ ฯลฯ พอเราเรียนสูงขึ้นๆ ได้รู้จักกับคำว่า “ทฤษฎีบลาๆ” รึ “กฎของบลาๆ” ก็ทำให้จินตนาการสมัยเด็กกลายเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ ไร้สาระไป ซึ่งการโดนล้มล้างความเชื่อแบบนี้.. พอถูกกระทำไปนานๆ เข้า ทำให้ท้ายที่สุดก็กลายเป็นที่มาของความคิดว่า “ไอ้ที่ว่านั่นมันทำไม่ได้หรอก.. เพราะอย่างนี้ๆๆๆ”

กลับกัน สำหรับคนที่ไม่เคยรับรู้กฎรึทฤษฎีเหล่านั้น แทนที่จะมีอิสระทางความคิด.. กลับกลายเป็น “กลัว” ไปซะอย่างนั้น คือกลัวว่าสิ่งที่ตนเองคิดมันจะทำไม่ได้ เพราะรู้สึกว่าไม่ได้เรียนมา ไม่เคยทำมา และยิ่งพอไปปรึกษากะคนกลุ่มแรกที่เรียนพวกกฎเหล่านั้นมา ก็จะโดนตอบกลับมาอีกว่า “ไอ้ที่ว่านั่นมันทำไม่ได้หรอก.. เพราะอย่างนี้ๆๆๆ” ทำให้ความกล้าที่จะลองผิดลองถูกหายไป.. แม้กระทั่งการลองผิดลองถูกใน “จินตนาการ” ของตนเองก็ตามทีครับ

ผมเองก็รู้สึกกลัว ว่าความกล้าที่จะสร้างไอเดียของตัวเองจะถูกตีกรอบ ด้วยความเชื่อของคุณแมกซ์เวลล์ คุณฟรีอิส คุณมัวส์ รึคุณสนธิก็ตามที ดังนั้นถ้ามีโอกาส เช่นได้รับงานมาให้คิด รึอยู่เฉยๆ ไม่มีอะไรทำ.. ก็จะพยายามลองคิดหาวิธีใหม่ๆ ที่มันไม่ซ้ำกับสิ่งที่ตัวเองเคยทำมา บางท่านอาจจะเคยโดนครับ เวลามีความคิดใหม่ๆ (รึตั้งกระทู้ใหม่) และถูกคนอื่นบอกว่า “อันนั้นเคยมีคนคิด/ทำมาแล้ว” .. ก็ขอให้อย่าเสียกำลังใจฮะ ไม่เป็นไร เพราะอย่างน้อยๆ ไอเดียของคุณในตอนนั้นมันก็ไม่ใช่ไอเดียของคนส่วนใหญ่ละ แต่มันเป็นไอเดียที่แหวกแนวจากเดิม และถ้าได้ฝึกต่อไป คิดต่อไป มันก็จะต้องมีสักครั้งที่มันเป็นของใหม่จริงๆ คือไม่มีใครทำมาก่อน.. ไม่อย่างนั้น คงไม่มีสิทธิบัตรใหม่ๆ เกิดขึ้นทุกวันใช่ไหมครับ?

และแล้ว… ผลจากการฝึกด้วยตนเองของผม ประกอบกับอ่านหนังสือนู่นนี่นั่น.. ทำให้ผมจับกลวิธีการสร้างนวัตกรรมได้อย่างหนึ่ง นั่นก็คือ กลวิธี ยูนิคอน!

ถ้าพูดถึงยูนิคอน.. ทุกท่านคงนึกภาพได้ในฉับพลัน ว่ายูนิคอนคือม้าที่มีเขาฮะ แล้วเคยสงสัยกันไหมครับว่า เออ.. อยู่ดีๆ ทำไมพวกกรีกโบราณถึงไปจินตนาการถึงม้าที่มีเขาได้ (คงเหมือนที่คนไทยจินตนาการว่า แม่นาคยืดแขนได้)
งั้นลองดูสูตรด้านล่างฮะ

3

ยูนิคอนก็คือ ม้าผสมกะตัวนาวาฬฮะ และถ้าลองคิดกลับกัน สมมุติตัวท่านเป็นคนกรีกโบราณ อยากจะผลิตสัตว์แปลกๆ ขึ้นมา 1 ตัว ก็ลองเอาสัตว์สองอย่างมาแล้วรวมเข้าเป็นตัวเดียวกัน คือเอาม้าที่ดูแข็งแกร่ง กับนาวาฬที่มีจุดเด่นตรงเขา.. ได้ออกมาเป็นม้ามีเขา ตั้งชื่อเท่ห์ๆ ว่ายูนิคอนนั่นเองครับ!

เอาล่ะ มาลองดูกรณีศึกษาของสิ่งประดิษฐ์รึนวัตกรรมในโลกทุนนิยมบ้างครับ สมมุติผมอยากสร้างอะไรซักอย่างที่มันแปลกใหม่ ไม่ซ้ำใคร แต่ยังคิดไม่ออก.. วิธีง่ายที่สุดก็ใช้หลักการเดียวกะยูนิคอน คือหาของมาผสมกันฮะ เช่น เห็นรถ กับ เรือ
1 

ก็จะกลายเป็นรถที่สามารถวิ่งในน้ำได้

ถ้าเป็นปากกากับไม้บรรทัด

2

ก็กลายเป็นปากกาที่ใช้วัดขนาดได้

มือถือกับกล้องดิจิทัล (สมัยเมื่อ 10 ปีก่อน)

4

ก็กลายเป็นมือถือที่ถ่ายรูปได้.. และปัจจุบันนี้กลายเป็นมาตรฐานไปเสียแล้ว ว่าโทรศัพท์มือถือทุกยี่ห้อ จะต้องมีกล้องในตัวครับ


ดูตัวอย่างนวัตกรรมที่มีให้เห็นอยู่ในยุคปัจจุบันไปแล้ว เพื่อให้ทุกท่านได้ลองฝึกสร้างไอเดียด้วยวิธีนี้
ผมจะมีโจทย์ให้ลองคิดเล่นๆ ซัก 2 ข้อฮะ ครับ ว่าอุปกรณ์สองอย่างที่ผมไปสุ่มหยิบได้มา พอเอามารวมกันแล้ว จะสร้างเป็นนวัตกรรมอะไรได้บ้าง

โจทย์ที่ 1.หนังสือกะไม้แขวนเสื้อ

q1

โจทย์ที่ 2.โคมไฟกะทิชชู่

q2 

เป็นไงบ้างครับ สำหรับการลองสร้างนวัตกรรมรึสินค้าอะไรใหม่ๆ ด้วยเทคนิคการผสมของ 2 สิ่ง(รึมากกว่า 2 ขึ้นไป) ให้กลายเป็นของชิ้นเดียว เชื่อว่าไอเดียผลลัพธ์นั้นแต่ละท่านคงไม่เหมือนกันฮะ และมันก็ไม่มีอะไรผิดรึถูก แต่สิ่งที่ผมอยากให้ทุกท่านได้ จากการเสียเวลาอ่าน blog คราวนี้ (แลกกับการที่ผมเสียเวลาพิมพ์ แหะๆ) ก็คือความกล้าที่จะสร้างไอเดียใหม่ๆ อยู่เสมอ!
แน่นอนครับ บางทีมันอาจไม่จำเป็นต้องเป็นสินค้าเพื่อส่งเข้าสู่ตลาดก็ได้ฮะ เพราะเทคนิคนี้สามารถใช้ได้กับทุกๆ เรื่องในชีวิต
โดยเฉพาะในเรื่องของการนำเสนออะไรซักอย่างให้กับคนอื่น.. เพราะธรรมชาติของคนคือมักจะใส่ใจกับสิ่งที่แปลกออกไป เป็นต้นว่า สมมุติทำใบปลิวแจก เกี่ยวกับสอนพิเศษ ถ้าใช้วิธีเดิมๆ ใส่ข้อมูล เบอร์โทร ตัวอักษรเพียบเข้าไป.. คนส่วนใหญ่ก็จะโยนทิ้ง แต่ถ้าปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอ คือเอาใบปลิวไปรวมร่างกับหนังสือการตูน.. กลายเป็นใบปลิวที่เป็นการ์ตูนสนุกๆ ไม่ได้ยัดเยียดแต่ข้อมูลให้ผู้อ่าน มันก็จะทำให้ใบปลิวนั้น มีค่ามากกว่ากระดาษนำเสนอข้อมูลนั่นเอง..
 
จากนี้ไป เวลาท่านละสายตาจากงาน รึพักสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ลองหันซ้ายหันขวาไปเล็กน้อย สำรวจสิ่งของที่อยู่รอบตัวท่าน สุ่มหยิบมา 2 อย่าง แล้วลองคิดดูว่า มันรวมกันแล้วจะกลายเป็นอะไรได้บ้าง

แล้วทุกท่านจะรู้สึกเหมือนผม ว่าทำไมการสร้างของแปลกๆ ใหม่ๆ … มันช่างง่ายจริงๆ!Hot smile 

ขอบคุณที่ติดตามครับ!

ปล. อันนี้โจทย์แถมฮะ.. ลองคิดดูว่าของสองอย่างด้านล่างนี้รวมกันแล้วจะได้เป็นอะไร อิๆ Smile with tongue out

 q3

คำตอบ.. ชา+คิด = ชาคริต

20090810533_09

(ไปล่ะครับ ฟิ้ววว!)

This entry was posted in Daily Experience. Bookmark the permalink.

11 Responses to +เทคนิคการสร้างนวัตกรรม+

  1. SnC says:

    ถ้าเป็น ชากลุ้ม จะได้ไหมครับเหมือนในรูปจะทำหน้ากลุ้มๆนะ 555

  2. gap says:

    เย้ย แต่แบบนั้นก็ ok คับ 55

  3. Nuntaphong says:

    Wie geht es dir?สบายดีนะนาย

  4. gap says:

    สบายดีนาย สอบเสร็จแพลนจะกลับไปพักร้อนที่ไทยเนี่ย

  5. Mac says:

    นี่นายเกรียนนี่หว่า

  6. Nattapon says:

    พี่แก๊บนี่ยัง ไม่(ค่อย)ธรรมดาเหมือนเดิมนะคับ ฮ่าๆๆ แต่อ่านแล้วสนุกดีคับ

  7. oonrainbows says:

    ถ้ามัวคิดแค่ เต่า + กระต่าย = สัตว์ปะหลาด

    ก็คงเป็นแค่ความคิดแบบเพ้อฝันเหมือนเด็ก ปอ4 ก็มั่วๆได้ ไม่ต้องคิดหรอก
    วิธีนี้มันแค่เริ่มต้น Start เท่านั้นครับ

    ลองอ่าน The Art of Innovation เล่มจริงดูนะ
    http://www.theartofinnovation.com/default.htm

    มันยังมีอีกเย้อออ
    Create + Alternative = Creative

    (ขอโทษนะ แต่เรื่องแค่นี้มันตื้นเกินไปครับ ขอบคุณครับผม)

    • gaprobot says:

      Dear oonrainbows, thank you for your comment and visit this blog.
      I have read the book you recommended 2 years ago and I found it’s very impressive. The way IDEO runs their company and how much effect it has to other technological firms is what I always dream of!
      I also second your opinion that what I presented was just a basic of innovative thinking. There are so many ways to obtain good ideas (Dr.Nakamats, a famous japanese inventor, said he usually goes swimming when he want to stimulate new ideas), so there is no right or wrong but which method is suitable for you. However, my purpose of publishing this blog is just to persuade every one to play with their ideas confidently whether they have chances, through presenting a simple way of idea creating tool.
      As I read your comment, you must have lots of experiences in innovative projects! thus I am pretty sure that you could create many apparatuses benefit our society or people in need, good luck.

  8. TAR says:

    พี่เป็นจุดเริ่มต้นที่สร้างแรงบรรดาลใจ ให้ผมเป็นนักประดิษฐ์ ผมอยากเก่งและมีโอกาศเหมือนพี่ ครับ

    ขอบคุณเรื่องนี้มาก ที่ทำให้ผมมอง สิ่งรอบตัว ได้ฝึกคิด แล้วนำมาผสมผสาน

    • gaprobot says:

      ขอบคุณมากครับสำหรับคอมเม้นท์แบบนี้ พอได้ยินแล้วก็รู้สึกดีใจฮะ ที่สิ่งที่ผมเขียนๆ ยังพอมีประโยชน์กับคนอื่นบ้าง เดี๋ยวไงเดือนสองเดือนหน้ามีแนวโน้มว่าจะต้องทำโปรเจคซักอย่างฮะ แล้วเดี๋ยวจะเอามานำเสนอเหมือนอย่างเคยครับ : )

  9. somphol says:

    5555+ชอบจัง อ่านมาเจอครั้งแรก อากู๋เกิลบอก

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s