+DIY เครื่องฟังเสียงหัวใจ+

สวัสดีครับทุกท่าน!
  ห่างหายไปนานแต่สุดท้ายผมก็มีโอกาสได้กลับมาอัพเดต blog จนได้ครับ ฮ่าๆ
แต่ถึงแม้จะไม่ได้มีอะไรมานำเสนอใหม่ในช่วงยุคมืดที่ผ่านมา ผมก็พบว่าก็มีท่านผู้อ่านหลายท่านมาเขียนแสดงความเห็นบ้างอะไรบ้างใน blog เก่าๆ ที่เคยเขียนไว้ ผมเอง 2-3 อาทิตย์ก็จะเข้ามาเช็คทีแต่ถ้าเห็นมีคำถามเข้ามา ทำให้อาจจะตอบคำถามได้ไม่เร็วทันใจบ้าง แต่อย่างไรก็จะพยายามรีบตอบเท่าที่ความรู้พอจะตอบได้นะครับ😀

  ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหาวันนี้ ก็มาคุยกันสบายๆ ก่อนฮะ เรื่องของเรื่องคือหลายท่านอาจจะทราบแล้วว่าตอนนี้ผมยังเรียนโทอยู่ที่ญี่ปุ่นครับ ตอนนี้ก็ยังอยู่ปี 1 เทอมแรก เพราะปีที่แล้วก็ต้องสอบเข้า เรียนภาษาและก็เริ่มทำวิจัยล่วงหน้าก่อน พอตอนนี้เข้าป.โทแล้วเวลาเลยหายฮวบไปยิ่งกว่าเดิมอีกครับ!
  เชื่อว่าทุกท่านคงรู้ข่าวเหตุการณ์วันที่ 11 มีนาคม 2554 เวลา 14:30 น.ตามเวลาท้องถิ่น ว่าเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขนาด 9.0 ริคเตอร์ที่ญี่ปุ่นบริเวณทะเลจังหวัดเซ็นได ตอนนั้นผมเองก็นั่งเตรียมการทดลองอยู่ที่ชั้นหนึ่งของตึกในมหาวิทยาลัยโตเกียวครับ แต่กระนั้นจังหวะที่แผ่นดินไหวเกิดขึ้นบริเวณที่ผมอยู่ก็ไหวแรงเหมือนกันฮะ ยืนตรงไม่ค่อยอยู่ เลยทำตามคำแนะนำของรุ่นพี่คนญี่ปุ่นให้หลบใต้โต๊ะกันฝ้าเพดานหรือของอะไรหล่นลงมาทับ ซึ่งก็เป็นเคราะห์ดีฮะที่ตึกและห้องออกแบบมาสำหรับเหตุการณ์แผ่นดินไหวแล้ว ทำให้ไม่เกิดความเสียหายใดๆ
  ทั้งนี้พอแผ่นดินไหวระลอกแรกหยุด ก็ต้องออกนอกตึกไปจุดรวมพลครับ ซึ่งบางคนใช้โทรศัพท์มือถือดูทีวีก็เห็นความเสียหายที่จังหวัดเซ็นได ซึ่งก็เป็นภาพที่ทุกท่านได้เห็นตามข่าวทีวีในเวลานั้นครับ ก็ขอแสดงความเสียใจกับผู้เคราะห์ร้ายและครอบครัวมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
  หลังจากแผ่นดินไหวแล้ว ก็มีเหตุการณ์โรงไฟฟ้าพลังงานปรมาณูที่จังหวัดฟุคุชิมะ เกิดรั่วไหล ซึ่งอันนี้แหละที่เป็นสาเหตุให้ผมกลับไปไทยไปลี้ภัยชั่วคราว เนื่องจากทางบ้านและคนที่เมืองไทยหลายคนเป็นห่วงมาก และจากเหตุการณ์ครั้งนี้ก็ทำให้ผมทราบเลยว่าความจริงแล้วมีคนรอบตัวผมมากแค่ไหนที่เป็นห่วงเป็นใยผมอยู่ ซึ่งปรกติผมเองก็ไม่ทราบเพราะไม่เคยมีการแสดงออกเท่าไหร่จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์คับขันแบบนี้ฮะ :D    

  ต่อไปก็มาเข้าเรื่องของ blog นี้กันดีกว่าครับ เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า ที่ lab ผมนั้นมีกิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นทุกปีฮะ นั่นคือการแข่งขัน Robot contest สำหรับเด็กปี 4 และป.โทปี 1 ที่เพิ่งเข้า lab มาใหม่ โดยจุดประสงค์คือเพื่อให้คุ้นเคยกับอุปกรณ์ เครื่องมือ แนวปฏิบัตของ lab ฮะ
ความจริงแล้วเรียก Robot Contest ไปอย่างงั้น เพราะเค้าก็ไม่ได้บังคับว่าต้องทำหุ่นยนต์มาแข่งกันแต่ให้ทำโครงงานอะไรก็ได้โดยใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์ PSoC เป็นตัวประมวลผฮะ แต่กระนั้นก็เถอะ เนื่องจากเวลามีจำกัด เลยกำหนดระยะเวลาตั้งแต่เริ่มคิดโครงงานจนถึงวันนำเสนอแค่ 2 สัปดาห์ครับ! ซึ่งก็แน่นอนว่าเป็นอะไรที่ทรหดน่าดูเชียว
ผมเองพอรู้ว่าต้องทำก่อนอื่นก็เลยนั่งลองเล่นๆ เจ้า PSoC ให้คุ้นเคยก่อน เพราะปรกติตอนอยู่ไทยก็ใช้แต่ MCS-51 กับ PIC ตามท้องตลาด การหาไอเดียตอนแรกก็อ่าน blog ของ Johnny Lee (คนที่ hack wii remote แล้ว open source ให้คนเอามาทำโปรเจคลองเล่นกันทั่วโลก)  ซึ่งก็เจอผลิตภัณฑ์นี้แปะอยู่ คือเค้าเอาโต๊ะธรรมดามาแล้วติด microphone arrays ไว้ใต้โต๊ะ เวลามีการเคาะโต๊ะที่ตำแหน่ง x,y หนึ่งๆ ก็จะเกิดเสียงในวัตถุวิ่งไปหาไมโครโฟนแต่ละตัวที่ติดไว้โดยรับได้เฟสต่างกันไป และหลังจากการวิเคราะห์ก็จะทราบตำแหน่งแหล่งกำเนิดเสียงได้ ทำให้เอามาใช้ทำเป็นโต๊ะคีย์บอร์ดก็ได้ ปุ่มเปิดปิดอะไรก็ได้ตามแต่ใจเรียกร้อง

  พอเห็นงี้ดูแล้วน่าสนุกเลยเลยอยากลองทำเล่นมั่ง ก็เลยออกไปหาซื้อไมโครโฟนคอนเดนเซอร์ (microphone condenser) ที่ร้าน akitsuki ย่าน Akihabara ครับ เพราะร้านนี้ถือว่าราคาถูกเป็นอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่ต้องการเลือกซื้อ IC รึโมดูลแปลกๆ ฮะ ก็ลองเข้าไปดูเวปเค้าก็ตามใจชอบเถิด
พอซื้อเสร็จปุ๊บก็เดินออกมา พบว่าร้านข้างๆ ขายของน่าสนใจเหมือนกันเลยเข้าไปเดินเล่นดู ปรากฎว่าจังหวะนั้นก็เหลือไปเห็นของน่าเล่นอีกอย่างนั่นก็คือ “Stethoscope” ครับ ซึ่งพูดศัพท์แบบนี้บางท่านอาจจะไม่ทราบว่ามันคืออะไร เจ้าอุปกรณ์ตัวนี้ก็คือ “หูฟังแพทย์” นั่นเองฮะ ที่เวลาเราไปหาหมอแล้วหมออยากฟังเสียงของอวัยวะภายในเราเช่น ช่องท้อง ปอด หัวใจ ก็จะเอาเจ้านี้มาทาบแล้วฟัง
ผมจ่ายเงิน 500 เยนซื้อมาเรียบร้อย กลับมาถึง lab หลายคน
ก็ถามว่าไปซื้อจากไหนมาวะ ร้านแต่งคอสเพลย์รึเปล่า เพราะสีสันและหน้าตาดูโมเอะเหลือเกิน! ผมก็บอกว่าไม่ใช่นะ ไม่เชื่อลองเทียบกับรูปคอสเพลย์ดูเลย จึงเปิด google พิมพ์คีย์เวิร์ดว่า “cosplay nurse” ปรากฎว่า
                            

เฮ้ยยย.. เหมือนกันเลยนี่หว่า :O แต่ถึงแม้เจ้านี่จะเป็นหูฟังสำหรับแต่งคอสเพลย์ก็เถอะ พอเอามาลองเสียดูแล้วฟังเสียงหัวใจตัวเองก็พบว่าทำงานได้ดี ไม่มีปัญหาอะไรฮะ
แล้วผมซื้อเจ้า stethoscope มาทำไมล่ะ? สาเหตุก็คือเอามาแต่งคอสเพลย์ เอ๊ย เอามาทำโครงงานนั่นแหละครับ เนื่องจากสมัยป.ตรีตอนปี 4 เคยไปลงเรียนวิชา Biomedical เลยทำให้รู้มาว่าการฟังเสียงของหัวใจนั้นบอกได้มากกว่าแค่ว่ามันเต้นกี่ครั้งต่อนาทีอยู่ (bpm)
  อ้างอิงจากเวป w
ikipedia เรื่อง heart sound จากรูปจะพบว่าเสียงหัวใจปรกติของคนเรา ในกราฟรูป A (Normal) ในหนึ่งวัฏจักรการบีบตัวจะมีคลื่นเสียงแอมพลิจูดสูงหน่อยอยู่ 2 ครั้ง คือ S1 และ S2 แต่ในคนที่กำลังออกกำลังกายเหนื่อยๆ หรือว่ามีความบกพร่องเกี่ยวกับลิ้นหัวใจจะเกิดเสียงหัวใจที่เต้นผิดปรกติไป (Murmur sound) ซึ่งมีลักษณะดังกราฟรูป B, C,.. โดยลักษณะเสียงจะบ่งบอกได้ถึงปัญหา
อย่างไรก็ดี ปัญหาคือคนจำนวนมากที่ไม่รู้ว่าตัวเองมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจอยู่ เพราะไม่ได้ไปตรวจร่างกายบ่อย รึได้รับการตรวจที่ไม่ละเอียดเพียงพอ อีกทั้งยังมีคนอีกหลายล้านคนที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงการตรวจสุขภาพโดยเฉพาะในประเทศด้อยพัฒนา และกำลังพัฒนาหลายๆ แห่ง ดังนั้นแนวคิดของโครงงานนี้คือการสร้างเครื่องฟังเสียงหัวใจที่มีราคาไม่แพง แต่สามารถแจ้งเตือน แสดงข้อมูลให้ผู้เข้ารับการทดสอบทราบถึงความปรกติ/ไม่ปรกติของหัวใจตนเองอย่างอัตโนมัติ คือไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในการวิเคราะห์ผลกราฟก็ใช้ได้เลย

ก่อนอื่นเรามาดูก่อนว่า เสียงของหัวใจมาจากไหน และเกี่ยวข้องอย่างไรกับคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ก็เข้า wikipedia อีกรอบเสริชว่า Cardiac Cycle คู่กับ Circulatory System จะเห็นรูปด้านบน ซึ่งเมื่อพิจารณาความสัมพันธ์ว่ากราฟของเสียงหัวใจ (อันล่างสุดที่เขียนว่า Phonocadiogram) ลูกแรกสุด (1st) จะเกิดในจังหวะที่ความดันภายในหัวใจพุ่งสูงขึ้น นั่นคือเกิดการหดตัวของกล้ามเนื้อเพื่อสูบฉีดเลือดดำไปฟอกที่ปอดและส่งเลือดแดงไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย เลยสามารถวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจเห็นว่ากระตุกขึ้นมา และจังหวะเดียวกันนั้นลิ้นหัวใจ tricuspid กับ Mitral ก็จะปิดเพื่อกันเลือดไหลย้อนกลับอีกทาง ก่อให้เกิดเสียง “ตุบ” (S1)ขึ้นมา
เวลาผ่านไปชั่วเคี้ยวหมากแหลก (แปลงเป็นหน่วย SI ได้กี่วินาทีหว่า) แรงดันภายในของหัวใจก็ลดลงเพราะกล้ามเนื้อหัวใจคลายตัว เลยทำให้เลือดดำที่ไปรับคาร์บอนไดออกไซด์จากส่วนต่างๆ ของร่างกายถูกดูดเข้ามาบ้างพร้อมๆ กับเลือดแดงที่เปี่ยมด้วยออกซิเจนหลังจากฟอกที่ปอดมาสดๆ ใหม่ๆ คราวนี้ลิ้นหัวใจ Pulmonary และ Aortic เลยปิดเพื่อกันเลือดที่ส่งไปตอน S1 จะไหลกลับมาอีก กลายเป็นเสียงดัง “ตับ” (S2) ขึ้น
คนปรกติแล้วจะมีกลไกวัฏจักรแบบนี้เกิดขึ้น 72 ครั้งใน 1 นาที (72 bpm) แต่หากออกกำลังกายหัวใจเต้นเร็วขึ้นจำนวนครั้งการเต้นของหัวใจก็จะพุ่งสูงขึ้นเช่นกันครับ

   เมื่อทุกท่านมีความรู้พื้นฐานแล้ว ต่อมาก็มาเริ่มทำโครงงานกันดีกว่าครับ โดยเริ่มแรกเมื่อกี้เรามี stethoscope ไว้แนบหน้าอกฟังเสียงหัวใจแล้วใช่ไหมฮะ แต่ในการส่งต่อเสียงจากไดอะแฟรมของ stethoscope ที่วิ่งผ่านท่อยางมาจนทำให้เกิดการสั่นสะเทือนที่เยื่อแก้วหูของคน เราก็จะใช้ไมโครโฟนคอนเดนเซอร์มาทำหน้าที่เป็นเยื่อแก้วหู เพื่อส่งข้อมูลให้ไมโครคอนโทรลเลอร์ PSoC ฮะ
  ก่อนอื่นเราก็เอาเจ้าไมโครโฟนคอนเดนเซอร์มาเชื่อมสายก่อน โดยตัวที่ผมซื้อมาก็เป็นตัวที่ถูกสุดขาย 4 ตัว 100 เยน เบอร์ C967 สำหรับท่านผู้อ่านที่ไม่ทราบว่าจะดูขั้วไมโครโฟนอย่างไรก็พลิกดูลายด้านหลัง ขาที่มีลายโลหะเชื่อมต่อกับเคสจะเป็น “ขาลบ” ครับ ตามรูปล่างซ้ายฮะ
 
จากนั้นผมก็เอาเทปพันสายไฟนี่แหละ พันคอนเดนเซอร์ติดกับแหวนยางของ stethoscope ไว้อย่างง่ายๆ เพราะเนื่องจากอันนี้เป็นแค่ Prototype และโปรเจคระยะสั้นเลยไม่อยากทำอะไรรุนแรงเพราะเดี๋ยวเกิดพังขึ้นมาต้องเสียเงินไปหาซื้ออะไหล่อีกครับ : (
                                         
  เห็นพันเทปติดไมค์ไว้สองข้างแบบนั้น ความจริงผมใช้แค่ฝั่งเดียวฮะ อีกข้างเอาไว้เพื่อตอนที่เอาไปนำเสนอเกิดสายขาดสายหักอะไร จะได้เอาอีกฝั่งมาใช้ทันที ๕๕
พอต่อไมค์กับ stethoscope ได้แล้ว ต่อมาเราก็ต้องขยายสัญญาณเสียงด้วยวงจรขยายฮะ โดยผมเลือกใช้ Op-Amp เบอร์ LM324 ที่คุ้ยเจอ ส่วนวิธีการต่อก็ไปดูจาก LM324 datasheet ครับ เปิดไปหน้าที่
8 ผมต่อแบบ NON-INVERTING DC GAIN ฮะ ปรับอัตราขยาย (Gain) ประมาณ 20 เท่า
ต่อวงจรรูปด้านบนซ้ายเสร็จ สัญญาณขาออกพอจากวงจรขยายแล้วก็ต่อเข้าขา A2D (analog to digital)ของ PSoC เลยฮะ  โดยสรุปแล้วบอร์ดวงจรก็จะออกมาหน้าตาอย่างรูปที่เห็นด้านล่างครับ


หลังจากทำบอร์ดอะไรเสร็จเรียบร้อย เราก็มาเข้าสู่ขั้นตอนการเขียนโปรแกรมกันครับ โดยผมจะพูดเฉพาะส่วนของแนวคิดเท่านั้นฮะ ในเรื่องของโค้ดหรืออะไรเชื่อว่าทุกท่านคงเขียนเองได้ แต่หากติดปัญหาประการใด รึอยากได้ตัวอย่างโค้ดก็สอบถามได้ที่ comment ครับ
ในโครงงานนี้ผมออกแบบโหมดการทำงานไว้ 2 โหมดฮะ โดยในโหมดที่ 1 จะแสดงกราฟเสียงของหัวใจฮะ โดยเริ่มแรกก่อนที่จะทำอะไรเราต้องวัดค่าพื้นฐานต่างๆ ก่อนฮะ เนื่องจากการแสดงผลของผมใช้จอ LCD 2×16 เท่านั้นจึงมีข้อจำกัดมากในการแสดงกราฟเสียงหัวใจ (ท่านผู้อ่านอาจเลือกใช้จอ LCD กราฟฟิคแทนได้ครับ) เลยเป็นเหตุให้ต้องวัดค่าต่างๆ ดังนี้

1.Background noise -คือถ้าไปวัดเสียงหัวใจกลางถนนก็จะมีเสียงนี้ดัง แต่ถ้าวัดในห้องเงียบก็จะเบา
2.เสียงหัวใจเต้นสูงสุด– คือวัดยอด S1 นั่นเอง ปรกติแล้วตำแหน่งการวัดเสียงหัวใจบริเวณหน้าอกมีด้วยกันอย่างน้อย 4 ตำแหน่ง วัดตามจุดต่างๆ แล้วเอาผลมาวิเคราะห์รวมกัน (แต่ในโครงงานนี้เน้นความง่ายเลยไม่ทำ :D) ซึ่งจะได้ยินเสียงหัวใจมีแอมพลิจูดต่างกันออกไป ดังนั้นหากวัดในตำแหน่งที่อยู่เหนือหัวใจพอดีก็จะได้ยินเสียงดังที่สุด จึงต้องทำการหาค่านี้เสียงก่อน
3.เวลาระยะห่างระหว่าง S2 ของวัฏจักรที่ 1 กับ S1 ของวัฐจักรที่ 2 – ผมพบว่าหากวัดเสียงหัวใจขณะที่เพิ่งขึ้นบันไดมา 5 ชั้น กับวัดตอนนั่งจิบกาแฟยามเช้า เจ้าค่านี้จะต่างกันพอสมควรทำให้ผมไม่สามารถหาค่าคงที่ที่แน่นอนได้ เลยใช้วิธี calibrate ตั้งแต่ต้น

การแสดงผลของผมเนื่องจากในบาร์กราฟ (Bar Graph) นึงจะแสดงได้ 16 ขั้น เลยใช้สมการว่า

ทำให้สามารถแสดงแอมพลิจูดลดหลั่นกันไปไม่เกินค่าสูงสุดได้นั่นเอง ส่วนวิธีการวัดก็ไม่มีอะไรมากคือเอาค่าจากโมดูล A2D มาแสดงผลโดยตรง และปรับความเร็วการแสดงผลให้ช้าลงจะได้ดูทัน แต่เนื่องจากผมมีเวลาทำแค่ 2 สัปดาห์ เลยไม่ทันได้เขียนโปรแกรมส่วนของการวิเคราห์กราฟอัตโนมัติ เพื่อวินิจฉัยว่าสัญญาณเสียงหัวใจที่วัดได้นี้บ่งบอกถึงแนวโน้มการเป็นโรคใดโรคหนึ่งหรือเปล่า ถ้าท่านผู้อ่านมีเวลาเพียงพอ ก็ลองทำฟังก์ชั่นนั้นดูนะครับ ท่าทางน่าสนุกดี

    
ในโหมดที่ 2 จะวัดอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate) ฮะ โดยก่อนอื่นผมก็ได้สัญญาณเสียงหัวใจมาจาก stethographics.com เพื่อมาออกแบบขั้นตอนการทำงาน จากกราฟจะพบว่าเสียงหัวใจคนปรกติใน 1 วัฎจักรจะมีแอมพลิจูดหลักๆ อยู่ 2 ลูกคือ S1 และ S2 นั่นเอง และหลังจากเสียง S2 ของวัฏจักรแรกจบไปแล้ว จะเกิดช่วงที่เสียงเบาไประยะหนึ่งแล้วถึงจะได้ยินเสียง S1 ของวัฏจักรถัดไป ดังนั้นอัลกอริทึมก็คือการหาว่าคาบระหว่าง S1 ของวัฏจักรแรกกับ S1 ของวัฐจักรถัดไปห่างกันเท่าไหร่นั่นเอง โดยส่วนผมเองไม่ได้ใช้โมดูล Timer แต่ใช้ตัวแปร + ค่านับไปเรื่อยๆ ดังนั้นเลยมีตัวแปรอยู่ 3 ตัวนั่นคือ
1.ct ซึ่งเป็นเหมือน timeout over ว่าหากหลังจากวัดเสียงแอมพลิจูดสูงได้แล้วหลังจากนั้นเสียงเบาไปจนถึงค่าหนึ่ง (สมมุติว่าเป็น 8 หน่วย) แสดงว่าจบวัฏจักรแรกแล้ว ก็ให้ A2D คอยฟังเสียง S1 ของวัฏจักรถัดไปเลย แต่หากยังไม่ครบ timeout over แต่เจอแอมพลิจูดสูงพอๆ กับ S1 แสดงว่าเจอ S2 ก็จะยังไม่ถือว่าเจอ S1 ของวัฏจักรถัดไป  ดังนั้นในตัวแปร ct นี้ทุกท่านอาจใช้โมดูล timer เข้ามาแทน
2.c เป็นตัวแปรกที่เริ่มนับตั้งแต่เจอ S1 ของวัฏจักรแรกนับไปเรื่อยๆ จนหมดชุดคำสั่ง เพื่อหาระยะห่างระหว่าง S1 แรกกับ S1 ถัดไป คือถ้าเจอ S1 ถัดไปก็ให้ save ค่าใส่ตัวแปร C2 เช่นเดียวกันตัวแปร c นี้ทุกท่านอาจใช้โมดูล timer แทน
3.c2 เอาไว้เก็บค่า c ณ ขณะที่เจอ S1 ของวัฏจักรที่สอง

  โฟลว์ชาร์ตก็จะเป็นดังรูปด้านบนขวา ส่วนบนซ้ายจะเป็นค่าในตัวแปรต่างๆ ณ ขณะวัด หลังจากที่ได้ค่า c2 แล้วเพื่อให้ค่าจากการวัดมี error น้อยที่สุดผมก็หาค่า mean โดยสมมุติว่าค่าที่วัดเข้ามาเป็น normal distribution จึงทำการเก็บค่า c2 ทั้งหมด N=16 ตัวเพื่อให้ error เยอะๆ ของการวัดบางวัฏจักรถูกหารถ่วงน้ำหนักไป
    

  สุดท้ายนี้ก็ขอออกตัวไว้ก่อนครับว่า โปรเจคนี้ไม่ได้เพิ่งมา break through ที่ผมเป็นครั้งแรกในโลก อย่างผลิตภัณฑ์แบบนี้บริษัท 3M ก็มีจำหน่ายมาเกือบ 10 ปีแล้วฮะ  และหาก search ใน google ก็เชื่อว่าน่าจะหาโปรเจคคล้ายๆ กันนี้ได้ไม่ยากนัก แต่รู้สึกว่าไหนๆ ก็ได้ทำอะไรออกมาแล้วก็เลยอยากเขียนรายงานสรุปผลเกี่ยวกับสิ่งที่ได้นั่งทำนั่งอ่านตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาครับ
และก็คาดหวังว่าท่านผู้อ่านที่คิดว่า “เออ โครงงานนี้ดีน่าจะมีประโยชน์” ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ช่วยกันทำให้ดีแล้วส่งให้ผู้ใช้ที่ขาดโอกาสที่จะได้รับการสุขภาพอย่างดี แล้วถ้ามีปัญหาเรื่องเทคนิคอย่างไร ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยคิดหาหนทางแก้ปัญหานั้นเท่าที่ความรู้จะพออำนวยครับ!
ขอให้ทุกท่านสนุกกับการประดิษฐ์ครับ!!

ผลการนำเสนอ: ได้รับรางวัลไอเดียยอดเยี่ยมฮะ เลยได้จานบินบังคับเป็นรางวัล ๕๕

This entry was posted in My Previous Projects. Bookmark the permalink.

17 Responses to +DIY เครื่องฟังเสียงหัวใจ+

  1. ต้า says:

    สุดยอดเลยครับพี่

  2. iAMpz says:

    ผมอยากเห็น flowchart อ่ะครับ มันเล็กมาก มองไม่เห็นเล้ยยครับ

  3. Tapanutz INt says:

    อยากเห็น flowchart จังครับ มันเล๊กเล็ก ผลงานยอดมากครับ : )

  4. gaprobot says:

    แก้รูปให้แล้วครับ!

  5. Tapanutz INt says:

    โอ้ว ชัดแจ่มมากเลยครับ ขอบคุณมากครับ กำลังทำเรื่องอันนี้อยู่ดีเล้ยยย ครับ

  6. รบกวนขอดู code หน่อยนะครับ🙂

  7. ขอบคุณมากครับ

  8. Tapanutz INt says:

    ที่ผมทำนะครับ ผมใช้ Atmega328 แล้วก็รับค่าจาก MIC ผ่าน LM358 อัตราขยาย 1-250 เท่า ครับ
    ได้ผลประมานี้น่ะครับ

    ไม่ทราบว่า ผมจะทำให้ค่า output ที่ได้ มันได้อย่างรูป

    https://gaprobot.files.wordpress.com/2011/05/4.jpg?w=330&h=192

    มันต้องแก้ยังไงหรอครับ

    • gaprobot says:

      โอ้ กราฟออกมาดีเลยนี่ครับ!
      รูปนั้นไม่ใช่กราฟที่ผมวัดครับ เป็นรูปที่นำมาจาก
      http://www.stethographics.com/main/physiology_hs_introduction.html
      เพื่อมาศึกษาประกอบการเขียนโปรแกรมครับ🙂

      • Tapanutz INt says:

        ครับ ผมก็คิดว่าพี่เอาผลการทดลองมาให้ดู

        คือว่ากราฟที่ได้ ระหว่าง s1 กับ s2 กราฟมันสวิงอ่าครับ เลย ทำให้เวลาคำนวณเป็นอัตราการเต้นหัวใจต่อ 1 นาที มันเพี้ยนครับ T_T พอจะมีวิธีแก้หรือป่าวครับ

      • gaprobot says:

        ตอนที่วัดเสียงหัวใจนี่ได้ควบคุมแรงที่กดหัว Stethoscope กับหน้าอกมั้ยอ่ะครับ? เช่นว่าถ้ากดแรงเสียงก็จะดัง ถ้ากดเบาๆ เสียงก็จะค่อย ซึ่งการหายใจของผู้ถูกทดสอบจะทำให้ช่องอกขยายแล้วทำให้แรงในการกดของเราเปลี่ยนไปด้วยครับ งั้นผมเสนอทางแก้ที่พอเป็นไปได้ 2 วิธีละกันฮะ
        1.ขณะทำการวัดให้ผู้ถูกทดสอบนอนราบ แล้วเอาหัว Stethoscope ทาบไว้บนหน้าอกแล้วติดเทปผ้า (ให้ระวังการแปะเทปว่าจังหวะที่ปอดขยายตัวเทปจะต้องไม่ตึงแล้วไปกดหัว Stethoscope ให้แน่นขึ้น)
        2.ใช้เขียนโปรแกรมสร้างเงื่อนไขการตรวจสอบ โดยตั้งบนสมมุติฐานว่าสัญญาณ S1 จะต้องสูงกว่า S2 เสมอ แต่ S1 ของคลื่นลูกหนึ่งๆ อาจเตี้ยกว่า S2 ของคลื่นลูกอื่นบางลูก

        ไม่รู้ว่าได้ช่วยตอบคำถามรึเปล่านะครับ ผมเองก็เริ่มไม่ชำนาญในโปรเจคนี้แล้วครับตอนนี้ ๕๕

      • Tapanutz INt says:

        ขอบคุณครับที่แนะนำครับผม

        พอดีก่อนหน้านี้ทำเอกสารส่ง NSC อยู่ครับ : )

  9. A says:

    สวัสดีครับ จะทำยังไงให้สามารถอัดเสียงหัวใจได้หน่ะครับผม

    ขอบคุณครับ

  10. jinpitcha says:

    เป็นพยาบาลค่ะ แต่ชอบด้านนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ ต้องการขอความร่วมมือทำงานด้านพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ จะติดต่อท่านได้อย่างไรคะ..หรือจะกรุณาโทรกลับ 081-2473339 หรือทาง e-mail: j_mamom@hotmail.com ได้หรือไม่คะ..ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s