About me

   ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณที่สละเวลาเข้ามาอ่าน blog นักประดิษฐ์นี้ครับ แถมยังหลงคลิกเข้ามาอ่านเรื่องเกี่ยวกับตัวผมเสียอีก😀 ซึ่งในหน้านี้ก็เป็นการแนะนำความเป็นมาคร่าวๆ แล้วกันฮะ
   ผมเองชื่อจริงชื่อ สิขรรณ วรรธนะสาร ปัจจุบันนี้ยังเรียนป.โทอยู่ที่มหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องเซนเซอร์ที่ผลิตโดยใช้เทคโนโลยี MEMS ใครสนใจใคร่รู้ว่าที่แล็บผมเค้าทำวิจัยอะไรกันบ้างก็ตามไปดูได้ที่เวปไซต์ของแล็ปฮะ
   blog นักประดิษฐ์อิสระนี้เริ่มอัพเดตครั้งแรกตอนปี 2006 ตอนนั้นหลังจากลงแข่งรายการ Thailand Rescue Robot เสร็จก็ตั้ง blog ขึ้นมา โดยจุดประสงค์ก็เพื่อเป็นการเพิ่มองค์ความรู้เข้าสู่สารระบบอินเตอร์เน็ตฮะ เพราะผมรู้สึกว่าความรู้ส่วนใหญ่ที่ได้รับมาจนถึงทุกวันนี้ก็มาจากการเสริชหาผ่านเสิร์จเอนจิน ไปเรียนรู้สิ่งที่คนอื่นเค้าทำเอาไว้ เขียนเอาไว้ ดังนั้นก็เลยเกิดเป็นความรู้สึกว่าต้องมีความรับผิดชอบซะหน่อย ที่จะต้องบันทึกความรู้ที่ตนเองเอาของชาวบ้านไปต่อยอดมาเพิ่มเข้าสู่ฐานข้อมูลอินเตอร์เน็ต
   เกี่ยวกับชื่อ blog คือ “นักประดิษฐ์อิสระ” ก็เป็นการสื่อถึงนิสัยตัวเอง ว่าการที่จะลงมือประดิษฐ์อะไรซักอย่างหนึ่ง ส่วนใหญ่มักจะมาจากอยากทำอะไรก็ทำ ก็เลยเป็นนักประดิษฐ์อิสระ ถ้าเวลาว่างๆ มีอารมณ์ทำก็ทำ ถ้างานยุ่งก็ไม่ได้ทำ ดังนั้นทุกท่านก็อย่าถือสาหากปล่อย blog ไม่อัพเดตทิ้งไว้เป็นเดือนๆ ครับ :3

  ก็หวังว่าทุกท่านคงได้รู้จักความเป็นมาของ blog นี้เพิ่มขึ้นไม่มากก็น้อย หลังจากนี้หากมีเวลาเหลือก็ลองไล่อ่านเนื้อหาใน blog ดูตามใจชอบเลยครับ!

12 Responses to About me

  1. คนจร says:

    คือผมอยากจะติดต่อ หรือ ปรึกษาเกี่ยวกับเรื่อง Strain gauge อะครับ ผมสามารถพูดคุยกับเจ้าของ blog ได้ทางไหนที่สะดวก รวดเร็วบ้างครับ

    • gaprobot says:

      โอ๊ะ ความจริงผมเองไม่ได้ชำนาญเรื่อง strain gauge มากนะครับ แต่ยังไงลองโพสถามคำถามไว้ใน blog เกี่ยวกับ strain gauge จากเครื่องชั่งน้ำหนักก็ได้ฮะ เผื่อผมรึใครๆ จะพอช่วยได้บ้าง🙂

  2. คนจร says:

    พอจะมีlink บอร์ดที่ว่าไหมครับ คือปัญหาที่ผมเจอคือผมใช้ ตัว load cell ที่ถอดมาจาก เครื่องชั่ง พอทีนี้มันมีสามสาย คือ แดง ขาว ดำ ผมเอาเอาว่า แดงคือ Vcc ขาว output ดำ gnd
    แล้วทีนี้ผมต่อไฟเข้าสางแดง และต่ากาวลงดำ ผมเอา Vol มิเตอร์วัดค่อมระหว่าง ขาว กับ ดำ มันก็ได้ V มา
    ผมลองใช้พวก คิมเหล็ก อะไรทำนองนั้นเคาะ ตัว load cell ลองกด ก็แล้ว แต่ ค่า V ที่ได้ไม่เปลี่ยนไปเลย
    ผมอยากรู้ผมทำผิดวิธีรึเปล่า

    • gaprobot says:

      อ๊ะ ลองเอามัลติมิเตอร์วัดความต้านทานดูครับ ไม่แน่ใจว่าตัว load cell ของแต่ละเครื่องมันเหมือนกันหมดรึเปล่านะครับ แต่ที่ผมวัดได้คือต่อแบบนี้ครับ

      เวลาเอาไปใช้ก็ต่อแบบ bridge เลยครับ ใช้แค่ 2 สายพอครับ อาจจะแค่สายแดงกับดำ ส่วนอีกสายก็ปล่อยทิ้งไว้ ก่อนใช้ก็ลองวัดความต้านทานแล้วเอามือกด load cell ดูครับ จะเห็นว่าความต้านทานมันเปลี่ยนไป

      จากรูปวงจรด้านบน Rx คือ 2 สายจากโหลดเซลล์ครับ ส่วน R1-R3 ให้ใช้ค่าความต้านทานเดียวกับค่าที่วัดได้ของ Rx ในขณะที่ยังไม่ได้ถูกกด ส่วน opamp TLE2124 นั่นใช้เป็นเบอร์ LM324 รึตัวอื่นก็ได้ครับ เพราะจะได้หาซื้อได้ง่ายหน่อยที่บ้านหม้อ
      หวังว่าคำตอบผมจะพอช่วยแก้ปัญหาได้นะครับ🙂

  3. คนจร says:

    ขอบคุณครับจะลองนำไปประยุกดูครับ
    ถ้าติดมาหาอะไรอีก ขออนุญาติมารบกวนอีกละกันนะครับ

  4. คนจร says:

    สวัสดีครับผมมีเรื่องมารบกวนอีกแล้ว แฮะๆ คือผมไม่ค่อยมีความรู้เรื่องวงจร ผมสงสัยว่า ทำไมต้องต่อเข้ากับวงจรบริจ ละก็ ออฟแอม อะครับ

    • gaprobot says:

      เนื่องจากความต้านทานที่เปลี่ยนไป(∆R)ของ strain gauge มันไม่ได้เยอะมาก ทำให้ต้องเพิ่มขนาดสัญญาณการเปลี่ยนแปลงนั้นด้วยวงจรขยายแรงดัน ในที่นี้ก็ใช้ op-amp ครับ ส่วนสาเหตุที่ต่อเป็นแบบ bridge นั้นก็เพราะนอกจากจะสามารถวัดเป็น ∆R ได้แล้ว ยังลดความผิดพลาดทางการวัดอันเนื่องจากการที่อุณหภูมิไม่คงที่ด้วยครับ เพราะค่าความต้านทานของ strain gauge นั้นได้รับผลกระทบจากอุณหภูิมิเหมือนกัน ยังลองอ่านเพิ่มเติมในนี้ได้ครับ http://en.wikipedia.org/wiki/Strain_gauge

  5. คนจร says:

    ขอบคุณมากเลยครับ หุหุหุหุ
    ผมลองต่อตัวเซนเซอร์เข้ากับวงจรบริจด วัด V จ่ายไฟเข้า 5v
    ไฟขาออกมันได้แค่ 26.6 mV เองอะครับประมาณนั้น
    ตัว R เป็น 2 k หมดทุกตัว

    อันนี้คือยังไม่ได้ต่อ op amp ไม่ทราบว่า ถ้าต่อ ละจะได้กำลังไฟเพิ่มเป็นซักเท่าไหร่หรอครับ

    • gaprobot says:

      ก็ขึ้นกับอัตราขยาย(gain) อ่ะครับ ถ้าต่ออัตราขยายซัก 100 เท่า ความต่างศักย์ 26.6 mV ก็จะกลายเป็น 2.66V ครับ🙂

  6. pi says:

    สวัสดีครับ ผมเห็นเซนเซอร์ชั่งน้ำหนัก แล้วรู้สึกถูกใจ อยากเอาไปใช้งานกับ รพ.ผมมากเลย
    เพราะ มีคนไข้ที่นอนรพ. ที่ต้องชั่งน้ำหนักทุกวัน แต่บางคนลงจากเตียงไม่ได้
    ผมเลยอยากจะชั่งน้ำหนัก ทั้งเตียงทั้งคนไข้ไปด้วยเลย แล้วใช้วิธี calibrate น้ำหนักเตียงให้เป็น 0

    ผมเลยอยากปรึกษาว่ามีทางทำได้รึเปล่าครับ น้ำหนักคนรวมเตียง น่าจะประมาณ 150-200 kg ครับ

    ขอโทษนะครับ ผมไม่มีความรู้ด้านอิเล็กทรอนิกส์อะไรเลย

    • gaprobot says:

      ทำได้ครับ ถ้าง่ายสุด ตอน calibrate ก็เอาตาชั่งไปวางรองที่แต่ละขาของเตียง แล้วจดเอาค่าน้ำหนักที่อ่านได้จากแต่ละเครื่องมารวมกันก็จะได้เป็นน้ำหนักของเตียงเปล่าครับ หลังจากผู้ป่วยขึ้นไปนอนแล้ว ค่าน้ำหนักรวมที่อ่านได้แต่ละตาชั่งก็จะเพิ่มขึ้น ส่วนน้ำหนักเฉพาะของผู้ป่วยก็คือค่าน้ำหนักรวมใหม่นี้ลบกับค่าแรกที่วัดได้ตอนเตียงเปล่าครับ

      ทีนี้ที่ผมสังเกต ปรกติแล้วตาชั่งดิจิตอลราคาไม่แพงหลายๆ ยี่ห้อจะ require การ calibrate ก่อนการชั่งทุกครั้ง เนื่องจากเป็นธรรมชาติของตัว stain gauge ที่หลังการโดนโหลดหนักๆ แล้วปล่อย อาจไม่ได้มีค่าความต้านทานกลับไปเป็นค่าตั้งต้น พอดีเป๊ะ (นัยสำคัญขึ้นกับความละเอียดของวงจรวัด) แต่อาจจะมีบวกลบนิดหน่อย ดังนั้นเครื่องชั่งดิจิตอลโดยปรกติแล้วจำเป็นต้อง calibrate ทุกครั้ง เพื่อให้ตัวเลขที่โชว์ตั้งต้นเป็น 0 เสมอ
      (ส่วนในกรณีเครื่องชั่งแบบสปริง ถ้าเริ่มต้นมันไม่ศูนย์ ผู้ใช้ก็ต้องเป็นคนไปหมุนๆ ปรับเอง)

      ดังนั้นในกรณีนี้ ถ้าไม่สามารถหาตาชั่งดิจิตอลที่ไม่ต้องมา calibrate ใหม่ทุกๆ ครั้งที่เปิดเครื่องได้ ถ้าไม่อยากจะต้องทำโครงสร้างอะไรขึ้นมาใหม่ ผมว่าตาชั่งสปริงก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพียงแต่ว่าความผิดพลาดจากผู้วัด (human error) อาจจะค่อนข้างสูง เนื่องจากต้องเก็บค่าจากตาชั่งหลายตัว (เช่นถ้าอ่านเกินไปตาชั่งละ 0.5 กิโล 4 ตาชั่งก็อาจได้ค่าที่เพี้ยนไป 1.5-2 กิโลเลยทีเดียวครับ)

  7. สวัสดีค่ะไม้รู้ว่ายังอยู่ไหมนะ ถ้าอยู่ช่วยติดต่อมาทางเฟสได้มั้ยคะ อยากถามเกี่ยวกับ force sensor น่ะค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s